7อาหารควรงด ถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอักเสบ

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

7อาหารควรงด ถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอักเสบ

7อาหารควรงด ถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอักเสบ


หลาย ๆ คนที่กำลังเป็นริดสีดวงทวาร อาจมีความกังวลว่าเมื่อมีอาการ เราควรจะดูแลสุขภาพอย่างไรให้อาการดีขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วสิ่งสำคัญในการรักษาริดสีดวงทวารคือ การดูแลสุขภาพจากภายในเพื่อสร้างสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ดูแลจากภายในคือ การทานอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายในแต่ละช่วง เช่นช่วงนี้ ถ่ายเหลว แสบก้น ก็ควรงดกินอาหารรสจัดก่อน  ต่อมาคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง แต่ปัจจัยหลักที่มีผลต่อร่างกายมากที่สุดคือ อาหาร การเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องที่สำคัญในการจะทำให้ร่างกายแข็งแรง สมดุล และมีภูมิคุ้มกันต่อต้านอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ แต่จะมีอาหารบางประเภทที่ทานแล้วทำให้อาการเจ็บป่วยทรุดลง หรือที่เรียกว่า “ อาหารแสลง “ เป็นสิ่งที่ควรงดในระหว่างที่ร่างกายเจ็บ ป่วย หรือทำการรักษาอยู่ เพราะอาหารแสลงนั้น คืออาหารที่แสลงต่อโรค ทำให้โรคที่เป็นหายช้า หรือกำเริบมากขึ้น มีโอกาสทำให้ ริดสีดวงแตก ได้ค่ะ วันนี้ปุณรดายาไทยขอมาบอกสุดยอด 7 เมนูอาหารแสลงที่กินปุ๊ป กำเริบปั๊บ ให้ระวังและงดกันนะคะ เพื่อให้อาการริดสีดวงหายได้เร็วมากขึ้น แต่ก่อนไปถึงเมนูเด็ด 7 อย่าง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีไหมคะว่า “ทำไมเมื่อเรากินอาหารแสลงเข้าไป อาการถึงกำเริบ” มาอ่านเหตุผลกันเลยดีกว่าค่ะ

 

อาหาร มีผลอย่างไรกับอาการเจ็บป่วย ?


ในทางการแพทย์แผนไทย มองว่าอาหารไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่ให้พลังงานในแต่ละวัน แต่ยังเป็นยารักษาโรคได้ และถ้าเลือกทานไม่ถูกต้องแล้วก็จะก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน ดังนั้นทางแผนไทยจึงเน้นหลักความสัมพันธ์ของอาหารและธาตุในร่างกายที่เป็นปกติ และธาตุที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะที่มีอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เป็นสำคัญ การทานเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ และรักษาอาการเจ็บป่วยนั้น จะต้องสัมพันธ์กับธาตุของผู้กินและธาตุของอาหาร ซึ่งโดยปกติในช่วงที่เราเจ็บป่วย มีไข้ ร่างกายเราในขณะนั้นจะมีธาตุไฟกำเริบมาก หากเราไปกระตุ้นโดยการทานอาหารพวกของมันของทอด หรือทานอาหารรสจัด จะเห็นได้ว่าไข้เราจะสูงขึ้น อาการป่วยต่าง ๆ จะเป็นหนักขึ้น แต่หากเราเลือกทานอาหารที่ถูกต้อง เช่น การทานอาหารรสจืดเย็น อย่างพวกโจ๊ก แกงจืด ต้มผัก อาหารเหล่านี้จะไปช่วยลดไฟหรือความร้อนในร่างกาย ส่งผลให้ไข้ลดลงได้ด้วย 

 

ซึ่งเรื่องอาหารไม่ได้มีเพียงในศ่าสตร์ทางแผนไทย ในทางการแพทย์แผนจีนก็ได้กล่าวไว้ในลักษณะเดียวกันว่า การรับประทานอาหารตามตำราของแผนจีนจะต้องคำนึงถึงสมดุลหยินหยางในร่างกาย และความเป็นหยินหยางของอาหาร เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้นั่นเอง 

 

อาหารควรงดถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอับเสบ1

 

7 อาหารควรงด ถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารกำเริบ


1.เนื้อวัว เป็ด ห่าน

ทางแผนไทยมองว่าเนื้อสัตว์เหล่านี้ เป็นเนื้อสัตว์ย่อยยาก เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะต้องใช้ธาตุไฟมากขึ้นในการย่อยอาหาร จึงกระตุ้นความร้อนในร่างกาย ทำให้อาการริดสีดวงทวารที่มีอาการแสบ ระคายเคืองทวาร มีติ่งยื่นออกมา หรือถ่ายเป็นเลือดอยู่แล้ว มีอาการหนักมากขึ้น อักเสบ บวม แดง หรือถ่ายปนเลือดมากขึ้นได้ และเนื้อเป็ด ห่าน และเนื้อวัวจัดเป็นสัตว์เนื้อแดงทั้งหมด จะมีสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ง่าย คือสารที่เรียกว่า carnitine ที่มีอยู่จำนวนมาก สารเหล่านี้จะถูกแบคทีเรียภายในร่างกายของเราทำลาย และแยกออกเป็นสาร Trimethylamine N-oxide (TMAO) ส่งผลให้จำนวนสารที่ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกายมีจำนวนมากขึ้น และจำนวนสารต่อต้านการอักเสบภายในร่างกายลดลงด้วย ดังนั้นการทานเนื้อแดงในปริมาณมากจึงส่งผลโดยตรงให้ร่างกายเกิดการอักเสบ หรือมีอาการกำเริบขึ้นมาเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน

 

อาหารควรงดถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอับเสบ2

 

2.อาหารรสจัด

อาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เป็นอาหารที่กระตุ้นธาตุไฟ ธาตุน้ำ และธาตุลมในร่างกาย เมื่อธาตุต่าง ๆ ในร่างกายผิดปกติไป จะส่งผลถึงระบบการขับถ่าย อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย แสบทวารหนัก ถ่ายปนเลือดสด และไปกระตุ้นอาการริดสีดวงทวารอื่น ๆ ให้กำเริบขึ้นมามากขึ้นได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ในพริกมีสารแคปไซซิน (Capsaicin) และในมะนาวมีสารที่ให้ความเปรี้ยวทั้งหมดนั้น จะมีความเป็นกรดสูง หากได้รับในปริมาณมากก็จะไปทำลายเยื่อบุทางเดินอาหาร เกิดอาการระคายเคือง แสบท้อง และทวารหนักมากขึ้น ส่วนรสเค็มจัด หากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณมาก จะมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด จะทำให้เลือดข้น ส่งผลให้มีการดึงน้ำจากในเซลล์ออกมาในกระแสเลือด และทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมา หัวใจและไตทำงานหนักมากขึ้น รวมถึงปริมาณโซเดียมสูงจะไปขัดขวางการไหลเวียนของสารอาหารที่ดีไปยังบริเวณแผลริดสีดวง อาการที่เป็นจึงอักเสบขึ้นมา และใช้เวลาในการรักษามากขึ้นได้

 

3.อาหารหมักดอง

เช่น ปลาร้า กะปิ ซอสปรุงรส เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว เต้าหู้ยี้ น้ำส้มสายชูหมัก นมเปรี้ยว ผักผลไม้ดอง เป็นต้น อาหารหมักดองต่าง ๆ เหล่านี้จะไปกระตุ้นธาตุไฟ ทำให้ความร้อนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการแสบร้อน ระคายเคืองทวารหนักมากขึ้นได้ ในทางโภชนาการ พบว่าในอาหารหมักดองมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง อาจพบสารกรดซาลิซิลิค ซึ่งเป็นสารกันรา และอาจพบยีสต์และเชื้อรา ซึ่งเกิดจากการอาหารที่มีความชื้นสูงได้ รวมถึงอาจมีกรรมวิธีการผลิตที่ไม่สะอาดก็อาจจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายเติบโตขึ้นในอาหารได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายกับร่างกาย และส่งผลให้ระบบการขับถ่ายผิดปกติไป กระตุ้นอาการริดสีดวงทวารให้กำเริบขึ้นมาอีกได้

 

4.ขนมหวาน เบเกอรี่ ผลไม้หวานจัด

อาหารรสหวานจัดต่าง ๆ เช่น ไอศกรีม น้ำหวาน ชานมไข่มุก เค้ก ขนมเบเกอรี่ทุกชนิด และผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ขนุน ทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก จะกระตุ้นความร้อนในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เกิดการสะสมภายในเป็นเวลานาน ทำให้ติ่งริดสีดวงทวารบวม แดง แสบ ปวดเจ็บมากขึ้นได้ และจากการศึกษาพบว่าการทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง จะทำให้ฮอร์โมนอินซูลินที่ทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในร่างกาย ผลิตออกมามากเกินไปและตกค้างอยู่ในกระแสเลือด ไปขัดขวางการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้เกิดอาการอักเสบในร่างกายขึ้นได้ง่าย และยิ่งถ้าร่างกายมีการอักเสบมากอยู่แล้ว การทานน้ำตาลจะยิ่งทำให้แผลหายช้า ติ่งริดสีดวงทวารบวมแดงมากขึ้นได้

 

อาหารควรงดถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอับเสบ3

 

5.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

ทางการแพทย์แผนไทยมองว่าเมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ จะทำให้ร่างกายได้รับของเสีย สิ่งแปลกปลอมเข้าไปจำนวนมาก และต้องพยายามขับของเสียออกมากขึ้น ร่างกายทำงานหนัก ธาตุไฟถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น ร่างกายจึงมีความร้อนสูง และมีการอักเสบบริเวณริดสีดวงทวารมากขึ้นได้ด้วย 

และในทางแพทย์แผนปัจจุบันพบว่า แอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นให้มีการขับธาตุสังกะสีออกจากร่างกายมากกว่าปกติ ส่งผลให้แผลหายช้าลง และไปลดการดูดซึมของสารอาหารต่างๆ ทั้งกรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ จำเป็นต่อการซ่อมแซมของบาดแผล ส่วนบุหรี่นั้นประกอบด้วยสารพิษต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 2,000 ชนิด สารพิษหลัก ๆ มีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ สารนิโคติน ทาร์ และ แก๊สคาร์บอนมอนอ๊อกไซด์ นิโคตินคือสารที่ทำให้มีอาการเสพติด ทาร์เป็นสารก่อมะเร็งและก่อให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย และแก๊สคาร์บอนมอนอ๊อกไซด์ จะไปแย่งที่ออกซิเจนในการจับกับเม็ดเลือดแดง จะทำให้ปริมาณของออกซิเจนในเลือดน้อยลง ทำให้ไม่มีการซ่อมแซมอาการเจ็บป่วยในร่างกาย แล้วยังทำให้อาการเป็นหนักมากขึ้นอีกด้วย

 

6.ของทอดของมัน อาหารไขมันสูง

อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม เนย มาร์การีน เครื่องใน กุ้ง ปลาหมึก เบคอน มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ปาท่องโก๋ เป็นต้น อาหารเหล่านี้ทางแผนไทยมองว่าเป็นอาหารที่กระตุ้นความร้อนในร่างกาย เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะต้องพยายามกำจัดไขมันส่วนเกินออก หากกำจัดออกได้ไม่หมดจะเกิดการสะสมเป็นของเสียตกค้าง เกิดเป็นเมือกมันในลำไส้ เมื่อสะสมนานเข้าจะเกิดเป็นของเสียขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะขับออกได้หมด เป็นสาเหตุสำคัญของอาการท้องผูก และทำให้ธาตุต่างๆ เสียสมดุลตามไปด้วย ทั้งนี้ในด้านโภชนาการ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง จะมีคอเลสเตอรอล และไขมันชนิดไม่ดี (LDL-cholesterol) สูงด้วย และในของทอดมีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) เป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นในอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงสุกด้วยความร้อนสูง เช่น อาหารทอด และอาหารประเภทอบกรอบ จะสามารถก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง และทำลายสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้ง่ายมากขึ้น รักษาอาการเจ็บป่วยได้ไม่ดี

 

อาหารควรงดถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอับเสบ4

 

7.อาหารทะเล

ทางแพทย์แผนไทยมองว่าริดสีดวงทวารที่มีอาการแสบ คัน ระคายเคือง ปวดเจ็บ และมีติ่งยื่นออกมา เกิดจากธาตุไฟ ธาตุน้ำ และธาตุลมที่ผิดปกติไป หากเราทานอาหารทะเลที่มีความคาว มีเมือกมันสะสมอยู่มาก จะส่งผลให้ภายในร่างกายมีความร้อนเพิ่มมากขึ้น ต้องใช้ไฟในการย่อยอาหารมากขึ้น หากร่างกายกำจัดเมือกมันเหล่านี้ได้ไม่หมด ของเสียก็จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกายได้ไม่ดี เลือดก็จะนำพาของเสียเหล่านี้ไปยังส่วนที่การอักเสบ ทำให้อาการอักเสบมากขึ้นเรื่อย ๆ และใช้เวลารักษามากขึ้นได้ และจากงานวิจัยพบว่า ภายในเนื้อสัตว์ทะเลจะมีสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ง่าย ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับสัตว์เนื้อแดง และอาหารทะเลยังมีโอกาสพบสารปนเปื้อนได้มาก เช่น สารฟอร์มาลีน สารปรอท เป็นต้น รวมถึงมีปริมาณไขมันและคลอเรสเตอรอลสูง ดังนั้นการทานอาหารทะเลจึงส่งผลให้ร่างกายมีการอักเสบมากขึ้นได้โดยตรง

 

สำหรับอาหารที่แนะนำเพื่อให้เหมาะสมกับธาตุในร่างกายขณะที่ริดสีดวงทวารอักเสบอยู่นั้น จะเป็นอาหารรสจืดเย็นเป็นส่วนใหญ่ เพื่อลดความร้อน และการอักเสบภายในร่างกาย เช่น อาหารจำพวกธัญพืช แป้งไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลาทะเล เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เห็ด นมถั่วเหลือง ผักและผลไม้ จำพวกกล้วยน้ำว้า แก้วมังกร แอปเปิ้ล มะละกอ เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยลดการอักเสบ และทำให้ธาตุทั้ง 4 ในร่างกายเข้าสู่สมดุล จึงสามารถเรียกได้ว่า การทานอาหารให้เป็นยา รักษาโรคและอาการริดสีดวงทวารก็สามารถหายสนิทได้ จากการดูแล ใส่ใจเรื่องอาหาร เมื่อเราทำได้แบบนี้แล้วเราก็สามารถมีสุขภาพที่ดีจากภายในได้ค่ะ

 

อาหารควรงดถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอับเสบ5

 

ปุณรดายาไทยขอเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านทุกท่านนะคะ รู้ว่าพออ่านมาถึงจุดนี้แล้วก็จะเกิดคำถามในใจว่า “แล้วจะเหลืออะไรให้กิน” หรือ “นี่กินอะไรได้บ้าง” เป็น 2 คำถามยอดฮิตที่เราเจอบ่อยที่สุดค่ะ^^ เลยขอให้กำลังใจทุกคนไว้ในบทความนี้เลยนะคะ ไม่ต้องงดไปตลอด หายแล้วกลับมากินได้ค่ะ ขอให้อดใจนิดนึงในช่วงที่มีอาการ อาการกำเริบ ถ้างดได้ใช้เวลารักษาไม่นานก็หายแล้วค่ะ แต่ถ้ายังกินบ้าง งด บ้าง ระยะเวลารักษาก็จะนานขึ้น เราเลยขอเชียร์แบบเจ็บ(ใจ)แต่จบดีกว่านะคะจะได้ไม่เรื้อรังค่ะ หรือถ้าหากใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังมีข้อสงสัย หรือ อยากปรึกษาอาการเพิ่มเติม ติดต่อมาหาเรานะคะ เรายินดีให้คำปรึกษา และดูแลคุณค่ะ

 

 

 

สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
LINE ID: @Poonrada
TEL: 086-955-6366, 091-546-9415


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.อารียา อิ่มพิน

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การมีสุขภาพดี คือ ความสุขและคุณค่าแท้ ที่หาได้จากธรรมชาติ"

พท.ป.วริศรา อิการาชิ

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การรักษาโรคที่สาเหตุ คือ การรักษาที่ยั่งยืน"

พท.ป.วราลี อรุณวุฒิวงศ์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"ใส่ใจ รับฟัง และเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย คือกุญแจสำคัญของการรักษา"


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง [email protected] พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-22.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า