ปล่อยให้เป็นเริมนานๆ ระวังภาวะแทรกซ้อน

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

ปล่อยให้เป็นเริมนานๆ ระวังภาวะแทรกซ้อน

เริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex (HSV) ซึ่งติดต่อกันผ่านการสัมผัสเยื่อบุอ่อนเช่น ริมฝีปากและอวัยวะเพศ เมื่อติดเชื้อไวรัสแล้วจะมีอาการผื่นตุ่มน้ำ แสบแดง บริเวณที่ติดเชื้อ อาการจะหายไปเองภายใน 7-10 วัน หลังจากนั้นเชื้อไวรัสจะแฝงอยู่ในปมประสาท และจะแสดงอาการเริมอีกเมื่อร่างกายอ่อนแอ

 

ในผู้ที่ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ เริมไม่น่ากลัวค่ะ อาจจะมีอาการกำเริบในช่วงที่เป็นไข้หวัด พักผ่อนน้อย หรือช่วงที่มีประจำเดือน เพราะอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นทำให้เซลล์ในร่างกายอักเสบได้ง่าย แต่หากเป็นเริมติดต่อกันไม่หายภายใน 2 อาทิตย์ หรือเป็นเริมบ่อยมากกว่าปีละ 6 ครั้ง แสดงว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ปกติ ซึ่งอาจเกิดจากอาการเจ็บป่วย เช่น เบาหวาน ติดเชื้อไวรัส หรือตับไตทำงานผิดปกติ

 

ซึ่งหากภูมิคุ้มกันผิดปกติแล้ว โรคเริมที่ไม่น่ากลัว ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นได้ เช่น

 

ติดเชื้อเริมที่นิ้วและผิวหนังส่วนอื่น


ปกติแล้วเริมจะเป็นแผลบริเวณริมฝีปาก และอวัยวะเพศเท่านั้น แต่ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยมะเร็ง โรคไต โรคตับอักเสบ ติดเชื้อไวรัส ผู้ป่วยสูงอายุ หรือเด็กเล็ก เริมก็อาจจะลามไปบริเวณผิวหนังส่วนอื่นได้ค่ะ อย่างการติดเชื้อเริมที่นิ้วมือ (Herpes Whitlow) มักเป็นภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานและเด็กที่มีแผลเริมบริเวณปากแล้วดูดนิ้วหรืออมนิ้วมือ ส่วนผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังอักเสบอยู่แล้ว (เป็นโรคน้ำเหลืองเสีย) จะยิ่งมีโอกาสสูงที่เริมจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ซึ่งถือเป็นกรณีที่อันตรายและควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด อ่านเพิ่มเติมที่บทความ 11คำถามเกี่ยวกับเริมที่พบบ่อย

 

ปล่อยให้เป็นเริมนานๆ_ระวังภาวะแทรกซ้อน-2

 

ติดเชื้อเริมที่ตา


อย่างที่กล่าวไปว่าการเริมสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุอ่อน ซึ่งดวงตาของเราบอบบางกว่าริมฝีปากเสียอีกค่ะ แต่เพราะโอกาสที่เชื้อไวรัสเริมจะสัมผัสกับดวงตานั้นมีน้อย การติดเชื้อที่ตาจึงพบได้ไม่บ่อย 

 

อย่างไรก็ตาม การสัมผัสแผลเริมแล้วมาขยี้ตา ดวงตาก็อาจติดเชื้อได้ ซึ่งก่อให้เกิดแผลเป็นที่ดวงตาจนกลายเป็นปัญหาด้านการมองเห็น หรืออาจทำให้ตาบอดได้

 

ปล่อยให้เป็นเริมนานๆ_ระวังภาวะแทรกซ้อน-3

 

ติดเชื้อเริมที่อวัยวะภายใน


ไม่ใช่แค่ผิวหนังภายนอกเท่านั้นที่มีเกิดการติดเชื้อได้ เพราะเริมสามารถทำให้อวัยวะภายในอักเสบได้ อาทิ เยื่อหุ้มสมอง และไขสันหลัง ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่การติดเชื้อในอวัยวะภายในนั้นพบในภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอเท่านั้น เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยการฉายแสงหรือเคมีบำบัด ดังนั้น หากเคยเป็นเริม ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการรักษาโรคมะเร็งค่ะ

 

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ


นอกจากแผลเริมบริเวณอวัยวะเพศภายนอกแล้ว เริมอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณท่อปัสสาวะเกิดการอักเสบบวมแดง ซึ่งอาการบวมที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกปัสสาวะขัด ปัสสาวะแล้วเจ็บ ถ้าเป็นรุนแรงมากอาจทำให้ปัสสาวะไม่ได้และต้องใช้วิธีการสวน ดังนั้นหากมีแผลเริมที่อวัยวะเพศควรทานสมุนไพรแก้อักเสบเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อน

 

ปล่อยให้เป็นเริมนานๆ_ระวังภาวะแทรกซ้อน-4

 

ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอักเสบ 


ภายในทวารหนักอาจมีผื่นเริมที่เรามองไม่เห็นได้ค่ะ แต่ผู้ที่เป็นจะรู้สึกแสบคันภายใน มักจะมีไข้ร่วมด้วย และหากภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อนคือเยื่อบุบริเวณทวารหนักอักเสบ ทำให้เจ็บปวดตอนขับถ่ายมาก

 

จะป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างไร


การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมี 3 ขั้นตอนค่ะ 

• ลดการอักเสบของแผลเริมให้เร็วที่สุดเพื่อควบคุมการลุกลาม 

• กำจัดเชื้อเริม ล้างของเสียในเลือดและน้ำเหลือง ขับเชื้อไวรัสออกจากร่างกาย 

• เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ไม่กลับมาเป็นเริมซ้ำ

 

ปล่อยให้เป็นเริมนานๆ_ระวังภาวะแทรกซ้อน-5

 

สมุนไพร B-Cool ลดการอักเสบและลดการกำเริบของธาตุไฟในร่างกายด้วยสมุนไพร เช่นแก่นจันทน์แดง เกสรบัวหลวง มีสรรพคุณลดอาการปวดแสบปวดร้อนของแผลเริม ลดอาการบวมแดง ระบายพิษออกจากร่างกาย และยังมีส่วนผสมที่แก้โรคผิวหนังโดยเฉพาะอย่างหัวเปราะหอม รากมะนาว รากเหมือดคน อีกด้วย

 

 

สมุนไพร B-Treat แก้อาการน้ำเหลืองเสีย ดีท็อกซ์เลือดและน้ำเหลือง ประกอบด้วยเครื่องยากว่า 30 ชนิด มีส่วนผสมสำคัญ เช่น หัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้ หัวร้อยรู ต้นเหงือกปลาหมอ มีสรรพคุณ ขับพิษในน้ำเหลือง ลดอาการบวมของต่อมน้ำเหลือง ขับเลือดเสีย ขับน้ำเหลืองเสีย รักษาโรคผิวหนังพุพอง แก้อาการผื่นจ้ำแดงตามร่างกาย

 

 

 

 

สมุนไพร B-Boost สำหรับเสริมภูมิคุ้มกัน รักษาโรคเรื้อรัง มีส่วนผสมหลักเป็นสมุนไพรพลูคาว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณต้านเซลล์ร้าย ต้านทานโรค สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดอาการข้างเคียงจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด และบำรุงร่างกายสำหรับผู้ป่วยพักฟื้น และสมุนไพรอื่นๆที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงธาตุ ขับสารพิษและขับเชื้อโรค เชื้อไวรัสในร่างกาย เช่น เหงือกปลาหมอ แกแล โกฐน้ำเต้า และสมุนไพรบำรุงเลือด ฟอกเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างแก่นฝางและหัวแห้วหมู และสมุนไพรอื่นๆกว่า 10 ชนิด

 

 

 

 

ปุณรดายาไทยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพตามธาตุเจ้าเรือน ทีมแพทย์แผนไทยจะทำการตรวจอาการและธาตุเจ้าเรือนเพื่อจ่ายยาได้ถูกต้องตรงอาการของแต่ละบุคคล นอกจากสมุนไพรแล้ว คุณจะได้รับคำแนะนำด้านการเลือกทานอาหารและปรับพฤติกรรมจากทีมแพทย์ของเราโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เราจะอยู่เคียงข้างคุณจนกว่าจะหายจากโรค และมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมแพทย์ของเราได้นะคะ ปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

 

 

สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
LINE ID: @Poonrada
TEL: 086-955-6366, 091-546-9415


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.อารียา อิ่มพิน

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การมีสุขภาพดี คือ ความสุขและคุณค่าแท้ ที่หาได้จากธรรมชาติ"

พท.ป.วริศรา อิการาชิ

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การรักษาโรคที่สาเหตุ คือ การรักษาที่ยั่งยืน"

พท.ป.วราลี อรุณวุฒิวงศ์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"ใส่ใจ รับฟัง และเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย คือกุญแจสำคัญของการรักษา"


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง [email protected] พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-22.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า