วิธีรักษากรดไหลย้อนด้วยสมุนไพร

นานาสมุนไพร

วิธีรักษากรดไหลย้อนด้วยสมุนไพร

การรักษากรดไหลย้อนด้วยสมุนไพร เป็นวิธีที่นิยมใช้ในทางการแพทย์แผนไทยมากที่สุด โดยหลักสำคัญคือ การเลือกใช้สมุนไพรมารักษาที่ต้นเหตุของโรค ภายใต้หลักการรักษาสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย

 

 

สำหรับโรคกรดไหลย้อน ​ในแพทย์แผนไทยเรียกว่า เป็นภาวะลมตีขึ้นเบื้องบน ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากความเสื่อมที่ "ตับ" อันเกิดจากพฤติกรรมที่ชอบทานอาหารจนจุก หรืออิ่มแน่นมากเกินไป, ทานอาหารไม่ตรงเวลา, การทานแล้วนอนทันที เป็นต้น

 

 

พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้น้ำย่อยที่หลั่งออกมาทำงานในการย่อยมากขึ้นจน (พิการ) ส่งผลให้ "ตับ" ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตน้ำย่อยทำงานลดประสิทธิภาพลง ทำให้ธาตุไฟสำหรับย่อยอาหารในร่างกายหย่อนลงตามไปด้วย (ไฟย่อยอาหาร คือ ไฟปริณามัคคี หย่อน หมายถึง มีน้อย) ไม่สามารถย่อยอาหารได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้มีอาหารเหลือตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร และลำไส้ แล้วเกิดการบูดเน่าทำให้เกิดแก๊สภายในช่องท้อง เกิดลมดันขึ้นเบื้องบน

 

 

ผู้ป่วยจึงมีอาการเรอออกมามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว (เปรียบเหมือนอาหารบูดเน่าที่อยู่ในภาชนะปิดจะเกิดแก๊สดันขึ้นและมีกลิ่นเหม็น) ซึ่งหากลมพาน้ำย่อยในกระเพาะอาหารดันขึ้นไปด้วย และดันขึ้นไปทะลุหูรูดหลอดอาหาร น้ำย่อยก็จะไปกัดทำลายทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบ

 

 

หลักการรักษากรดไหลย้อน ในทางการแพทย์แผนไทย

 

 

หลักการรักษากรดไหลย้อน ในทางการแพทย์แผนไทย


1. จ่ายยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน หรือรสร้อนสุขุม  

เพื่อช่วยในการขับลม กระจายลม ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

 

 

2. จ่ายยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการระบาย 

สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกร่วมด้วย  เพื่อถ่ายของเสียที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สเกิดลมในทางเดินอาหาร

 

 

"สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน" ในบัญชียาหลักจากสมุนไพรแห่งชาติ


1. ยาประสะเจตพังคี  สรรพคุณ แก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม

 

ตัวยาหลักประกอบด้วย รากเจตพังคี เหง้าข่า รากระย่อม พริกไทยล่อน เถาบอระเพ็ด ดอกจันทร์ ลูกจันทร์ ลูกกระวาน ใบกระวาน ดอกกานพลู รากกรุงเขมา เนื้อลูกสมอทะเล รากพญารากขาว เปลือกต้นหว้า เกลือสินเธาว์ การบูร

 

ข้อห้ามใช้: ในหญิงตั้งครรภ์ และในผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง: ควรระวังการใช้ยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้

 

 

2. ยาธาตุบรรจบ สรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

 

ตัวยาหลักประกอบด้วย เนื้อลูกสมอไทย โกฐก้านพร้าว เหง้าขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดำ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์ เทียนเยาวพาณี เทียนแดง ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ ดอกกานพลู เปลือกสมุลแว้ง ลุกกระวาน การบูร เป็นต้น

 

ข้อห้ามใช้: ในหญิงตั้งครรภ์ และในผู้ที่มีไข้
ข้อควรระวัง: ควรระวังการใช้ยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้ และควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด

 

 

3. ยามันทธาตุ สรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ธาตุไม่ปกติ

 

ตัวยาหลักประกอบด้วย เหง้าขิง ลูกเบญกานี โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก ลูกผักชีลา ลูกผักชีล้อม หัวกระเทียม เปลือกสมุลแว้ง พริกไทยล่อน ลูกจันทน์ การบูร เป็นต้น

 

ข้อห้ามใช้:  ในหญิงตั้งครรภ์, ในผู้ที่มีไข้,  และห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เนื่องจากตัวยามีฤทธิ์ร้อน ทำให้ลิ้น ปากแสบร้อนได้

ข้อควรระวัง: ควรระวังการใช้ยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้ และควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด

 

 

สมุนไพรพื้นบ้านรักษากรดไหลย้อน

 

 

สมุนไพรพื้นบ้านรักษากรดไหลย้อน


1. ขิง

มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย ที่สำคัญสามารถช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ในร่างกาย ตั้งแต่อาการคลื่นไส้ ไปจนถึงกรดไหลย้อน มหาวิทยาลัยการแพทย์และเภสัชกรรมโทะยะมะประเทศญี่ปุ่น พบว่า ขิงกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ช่วยย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตทั้งมีรายงานว่าช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดีจากตับอ่อน ช่วยให้ไขมันแตกตัวและย่อยได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

 

วิธีใช้

1. นำขิง 30 กรัม มาชงด้วยน้ำเดือด 500 ซีซี ชงแช่ไว้นาน 1 ชั่วโมง กรองรับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ

2. ใช้ผงขิงแห้ง 1 ช้อนโต๊ะปาดๆ หรือ 0.6 กรัม ถ้าขิงแก่สดยาวประมาณ 1 องคุลี หรือประมาณ 5 กรัม ต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลดื่มทุกๆ วัน ถ้าเป็นผงขิงแห้งให้ชงน้ำร้อน เติมน้ำตาลดื่ม



 

2. ขมิ้นชัน

เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดีในสรรพคุณที่มากมาย และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  เนื่องจากมีสารประกอบเคอร์คูมิน (curcumin) ที่ช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร กระตุ้นการหลังสารเมือกมาเคลือบกระเพาะอาหาร ยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยและช่วยสมานแผล หากเป็นกรดไหลย้อนในระยะแรก ๆ สามารถรักษาโดยการทานขมิ้นชันได้

 

วิธีใช้

เหง้าแก่สดยาวประมาณ 2 นิ้ว เอามาขูดเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด เติมน้ำ คั้นเอาแต่น้ำ รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง

 

 

3. กระเพราและโหระพา

สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า สารยูจีนอล (Eugenol) ในใบกะเพราช่วยขับลมแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย มีฤทธิ์ขับน้ำดี และลดระดับไขมันร้ายในเลือด ส่วนโหระพามีสรรพคุณขับลม บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดอาการปวดเกร็งในระบบทางเดินอาหาร

 

วิธีใช้

ให้ใช้ใบสด หรือยอดอ่อน สัก 1 กำมือ มาต้ม ให้เดือด แล้วกรอง เอาน้ำดื่ม แต่ถ้าใช้กับเด็ก ทารกให้นำเอามาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำนำมา ผสมกับน้ำยามหาหิงคุ์แล้วใช้ทาบริเวณ รอบๆ สะดือ และทาที่ฝ่าเท้า

 

 

4. ลูกยอ

งานวิจัยระบุว่า สมุนไพรชนิดนี้มีสารสโคโปเลติน (Scopoletin) เป็นส่วนประกอบ สารชนิดนี้สามารถช่วยลดการอักเสบของหลอดอาหารจากการไหลย้อนของกรดได้ผลดีพอ ๆ กับยามาตรฐาน คือ รานิทิดีน (Ranitidine) และยาแลนโซพราโซล (Lansoprazole) เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการหลั่งของกรด ต้านการเกิดแผล และทำให้การบีบตัวของระบบทางเดินอาหารดีขึ้น โดยมีผลต่อระบบประสาทที่เกี่ยวข้องโดยตรง อีกทั้งยังสามารถเพิ่มการดูดซึมของยารานิทิดีนได้ด้วย ลูกยอจึงเหมาะแก่การนำมาใช้เป็นสมุนไพรสำหรับรักษาอาการกรดไหลย้อน

 

วิธีใช้

นำผลยอโตเต็มที่แต่ไม่สุก ฝานเป็นชิ้นบางๆ ย่างหรือคั่วไฟอ่อนๆ ให้เหลืองกรอบ ใช้ครั้งละ 1 กำมือ (10-15 กรัม) ต้มหรือชงกับน้ำ เอาน้ำมาจิบทีละน้อยและบ่อยๆ ครั้ง จะได้ผลดีกว่าดื่มครั้งเดียว

 

 

นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยรักษากรดไหลย้อนได้ แต่เราควรตระหนักไว้เสมอว่า "สมุนไพรทุกชนิดเปรียบเสมือนดาบ 2 คม มีทั้งคุณและโทษ แนะนำให้ศึกษาอย่างละเอียดก่อนรับประทาน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรเพื่อรับคำแนะนำที่ดีที่สุดค่ะ"  

 

 

อีกประการหนึ่ง ที่ควรตระหนักไว้เช่นกันคือการทานยาสมุนไพรให้ได้ผลการรักษาที่ดีนั้น ตามหลักการแพทย์แผนไทยท่านกล่าวไว้ว่าจะต้องเป็นยาตำรับ (คือยาสมุนไพรตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป บางตำรับมีมากถึง 30 ชนิด ยิ่งมากยิ่งดี เพื่อให้ตัวช่วยเสริมฤทธิ์กันรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ)

 

 

ตำรับยาสมุนไพรรักษากรดไหลย้อน ของปุณรดา ยาไทย 


B-SET1 สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน1

 

ชุด B-SET สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน ส่วนประกอบ :


กานพลู, โกฐทั้งห้า, ตรีกฏก, ดอกจันทน์, เจตมูลเพลิง, จันทน์แดง, เนื้อไม้, เปราะหอม, แฝกหอม, ลูกมะขามป้อม, รากขัดมอน, สมุลแว้ง, ลูกจันทน์, ลูกมะตูมอ่อน, เถาสะค้าน, สมอพิเภก, สมอไทย, เทียนดำ, เทียนขาว, เทียนตาตั๊กแตน, หัวแห้วหมู, อบเชยเทศ, พริกไทย,แห้วหมู,บอระเพ็ด,เหงือกปลาหมอ,มะตูมอ่อน,ดอกคำฝอย,หัวกระชาย, เนื้อลูกสมอไทย,เนื้อลูกสมอพิเภก,เนื้อลูกมะขามป้อม,รากชะเอมเทศ,เนื้อบ๊วย,ผลมะแว้งเครือ,เหง้าว่านน้ำ,มะนาวดองแห้ง,ดอกกานพลู,เปลือกอบเชย,ดอกเก๊กฮวย,ผิวส้มจีน,ใบเสนียด,และตัวยาสำคัญอื่นๆ 

 

 

ชุด B-SET (Heartburn Reliever) สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน สรรพคุณ :


1. รักษาอาการแสบร้อนกลางอก จุกแน่นในลำคอ

 

2. ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องบวม

 

3. ฟื้นฟูหูรูดหลอดอาหารที่เสื่อมให้กลับมาแข็งแรง ทำงานเต็มประสิทธิภาพ

 

4. สมานแผลในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้

 

5. ช่วยกระจายลมในร่างกาย ทำให้ลมไหลเวียนดี

 

6. แก้อาการหน้ามืด ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน

 

7. แก้อาการแสบคอ ไอแห้ง เนื่องจากกรดไหลย้อนขึ้นมา

 

8. บำรุงร่างกาย บำรุงระบบไหลเวียนเลือด

 

9. ทำให้ทานอาหารได้มากขึ้น สำหรับรายที่มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากทานอาหารได้น้อย

 

 

หลักการทำงานของ B-SET สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน 


อันดับแรกสมุนไพรจะ "เข้าไปรักษา" ลดอาการอักเสบ แสบร้อนกลางอก ปวด แสบ จุก แน่นท้องหายไป 

 

ต่อมาคือขั้นตอนของ "การฟื้นฟู" สมุนไพรจะช่วยให้อวัยวะที่เสื่อมสภาพ กลับมาทำงานได้เป็นปกติ เมื่อภายในทำงานดี ร่างกาย และจิตใจก็จะดีตามไปด้วย 

 

สุดท้ายคือ "การบำรุง" ธาตุในร่างกายให้เกิดความสมดุล อาการกรดไหลย้อนก็จะหายไปในที่สุด

 

 

วิธีดูแลสุขภาพสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน

 

 

วิธีการดูแลสุขภาพ


1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทําให้กลามเนื้อหูรูดผ่อนคลายไม่กระชับ และเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร เช่น แอลกอฮอล์ ช็อคโกแลต เปปเปอร์มิ้นท์ เครื่องดื่มคาเฟอีน อาหารไขมันสูง อาหารผสมครีม ผลิตภัณฑ์นมเต็มมันเนย อาหารขยะ รับประทานอาหารเสริมควบคุมน้ําหนัก กระเทียม หัวหอม พริก อาหารเผ็ดร้อน รสเปรี้ยว หน่อไม้ฝรั่ง ส้ม น้ํามะเขือเทศ น้ําอัดลม น้ําตาล

 

2. ไม่ควรทานอาหารมากเกินไป จนอิ่มหรือจุกแน่น ควรกินเป็นมื้อเล็กๆ จะช่วยเรื่องอาการแสบร้อนยอดอกได้ อาหารมื้อใหญ่จะทำให้กระเพาะขยาย และเพิ่มแรงดันที่กระทำต่อหูรูดหลอดอาหาร

 

3. ไม่ควรทานอาหารเร็วเกินไป เมื่อเรากินเร็วเกินไป เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ระบบทางเดินอาหารของเราจะทำงานได้ไม่ดี ทำให้อาหารไม่ย่อย ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดอาการกรดไหลย้อนได้

 

4. หลีกเลี่ยงการทานอาหารก่อนนอนน้อยกว่า 3 ชั่วโมง และไม่ควรนอนหรืออาบน้ำทันทีหลังการทานอาหาร การล้มตัวลงนอนในขณะที่กระเพาะอาหารยังเต็มแน่นจะทำให้อาหารในกระเพาะกดหูรูดหลอดอาหาร เพิ่มโอกาสที่อาหารจะไหลย้อนขึ้นไปได้

 

5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ สารนิโคตินสามารถทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหาร และป้องกันอาหารที่มีสภาพเป็นกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหาร อ่อนแอลงและการดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นการเพิ่มกรดในกระเพาะอาหารทำให้เกิดการอักเสบในกระเพาะได้มากขึ้น

 

6. ไม่สวมเสื้อผ้าที่คับแน่นมากเกินไป เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่รัดแน่นแถวท้อง เช่นเข็มขัดแน่นๆ หรือสายรัดเอวอาจบีบกระเพาะ และบีบให้อาหารผ่านหูรูดอาหารส่วนล่างขึ้นมาได้ ทำให้อาหารในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารได้

 

7. หลีกเลี่ยงความเครียด เนื่องจากความเครียดจะเป็นตัวกระตุ้นให้กรดในกระเพาะผลิตออกมาเพิ่มขึ้น

 

8. ขณะที่ท้องว่างไม่ควรดื่มนมทุกชนิด เนื่องจากนมจะไปเคลือบผนังกระเพาะอาหารทำให้กรดทำงานได้ลดลง เป็นผลให้มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ง่ายขึ้น

 


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

พท.สุรดา เลิศเกศราธรรม

แพทย์แผนไทย

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทย

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

ประภัสสรา ทิมเสือ

Admin

"ใส่ใจทุกขั้นตอน เพื่อ การบริการที่รวดเร็ว ตรงตามความต้องการของลูกค้า"


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง [email protected] พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-22.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า