รักษางูสวัดยังไงให้หาย และ 5 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตแบบไม่คาดคิด ที่ทุกคนต้องระวัง

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

รักษางูสวัดยังไงให้หาย และ 5 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตแบบไม่คาดคิด ที่ทุกคนต้องระวัง

     ถ้าพูดถึงอาการงูสวัด เชื่อว่าหลายคนรู้จักและรู้สึกกลัวเพราะคงเคยได้ยินมาว่าถ้าเป็นมีโอกาสทำให้เสียชีวิตได้ถ้างูสวัดพันรอบตัว แล้วจริงๆ งูสวัดนั้นน่ากลัวแบบที่เรา

เคยได้ยิน ได้ฟังเค้าพูดต่อๆ กันมาจริงหรือไม่?

 

     วันนี้ปุณรดายาไทยมีคำตอบค่ะ ขอตอบประเด็นที่หลายคนกลัวมากก่อนว่า “เป็นแล้วทำให้เสียชีวิตได้จริงรึเปล่า?” ต้องบอกว่างูสวัดเป็นแล้วเสียชีวิตได้จริงค่ะ

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแล้วจะเสียชีวิตได้ การที่จะเสียชีวิตจากงูสวัดได้นั้น

 

     ต้องมีปัจจัยที่เกิดขึ้นก่อนหลายอย่าง และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องใช้ระยะเวลา หากเราทำการรักษาได้ทัน ฟื้นฟูสุขภาพอย่างถูกวิธีงูสวัดที่ว่ารุนแรงถึงชีวิตก็สามารถหายได้

ค่ะแล้วอะไรที่เป็นปัจจัยที่ว่า เรามาดูกัน

 


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้งูสวัด เกิดภาวะแทรกซ้อนจนอันตรายต่อสุขภาพ

 

เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถจู่โจมตามเส้นประสาทตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย ภาวะแทรกซ้อนจึงเกิดได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียการมองเห็นอันเนื่องจากเกิดแผลในกระจกตา

 

การติดเชื้อที่ผิวหนัง อาการปวดที่ปลายประสาท หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทและเส้นประสาท เช่น รัมเซย์ ฮันท์ ซินโดรม (Ramsay Hunt Syndrome) บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือไข้สมองอักเสบ

 

ซึ่งทั้ง 2 โรคนี้อันตรายถึงชีวิต แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยในผู้ป่วยโรคงูสวัด ทั้งนี้การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ 

 

 

1. ติดเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากการแกะเกา หรือ ดูแลผื่นไม่ถูกต้อง ทำให้แผลหายช้าและเกิดเป็นแผลเป็น

 

2. ในรายที่งูสวัดขึ้นตา อาจทำให้เกิดกระจกตาอักเสบ ต้อหิน ประสาทตาอักเสบ อาจมีผลต่อการมองเห็น

 

3. ในรายที่เป็นงูสวัดบริเวณหู อาจทำให้เกิดอัมพาตในหน้าครึ่งซีก มีอาการบ้านหมุน อาเจียน ตากระตุกได้

 

4. ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดหรือเข้าสู่สมอง และอวัยวะภายใน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

5. ผู้หญิงที่เป็นงูสวัดขณะตั้งครรภ์ เชื้ออาจแพร่ไปยังทารกในครรภ์ ทำให้ทารกเกิดความผิดปกติ เช่น มีแผลเป็นตามตัว แขนขาลีบ ศีรษะเล็ก และมีปัญหาทางสมองได้


การรักษางูสวัด ตามแบบของปุณรดายาไทย ทำไมถึงบอกว่า หายได้!!

 

การรักษางูสวัดตามแบบของปุณรดายาไทย ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเรื่องใหม่อะไร เพราะปุณรดารักษางูสวัดตามแนวทางของแพทย์แผนไทยโบราณ สิ่งที่ครูบาอาจารย์เราได้ทิ้งเอาไว้ให้ เป็นภูมิปัญญาดั่งเดิมที่ทำกันมา ผ่านการพิสูจน์มามากกว่า 140ปี ก่อนจะรักษางูสวัดได้ เราก็ควรรู้ก่อนว่างูสวัดคืออะไร ทำคนโบราณรักษาโรคนี้ได้มานานแล้ว ทั้งๆที่ตอนนั้นไม่มีวัคซีน ไม่มียาต้านไวรัส แต่คนก็หายได้ ปลอดภัย

 

 

“พระคัมภีร์ตักศิลา” ความลับของโรคงูสวัดในคัมภีร์แพทย์แผนไทยโบราณ

 

     งูสวัด ถูกจัดอยู่ในกลุ่มไข้กาฬ 10จำพวก โบราณจึงเรียกว่า “ไข้งูสวัด(ตวัด)”

     ลักษณะการผุด:  เป็นเม็ดทรายขึ้นมาเป็นแถว มีสัณฐานเหมือนงูเป็นเม็ดพองๆ เป็นหนองก็มี

     อาการ: จับสะบัดร้อนสะบัดหนาว(ร้อนๆหนาวๆ) บางทีให้ปวดศีรษะ บางทีให้จับ (ไข้)

     Key word สำคัญคือ: ถ้าผู้หญิงเป็นซ้าย ถ้าผู้ชายเป็นขวา แต่ถ้าข้ามสันหลังไปรักษาไม่ได้ (ตาย) หมายความว่า ถ้าผู้หญิงงูสวัดขึ้นทางด้านซ้ายของลำตัว หรือ ผู้ชายขึ้นทางด้านขวาของลำตัว อาการจะรักษายากและถ้าปล่อยให้งูสวัดข้ามแนวกระดูกสันหลังไปจะรักษาไม่ได้ทำให้เสียชีวิต


เพราะอะไร ทำไมแพทย์แผนไทยโบราณถึงบอกว่า
“งูสวัดถ้าผู้หญิงเป็นซ้าย ชายเป็นขวา ข้ามสันหลังแล้วรักษาไม่ได้ (ตาย)”

 

     สำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ปฐมจินดาตอนหนึ่งว่า "...ครรภ์ตั้งขึ้นแล้วมิได้วิปริต ครบ ๗ วัน ก็ข้นเข้าดังน้ำล้างเนื้อ เมื่อไปอีก ๗ วันเป็นชิ้นเนื้อ ไปอีก ๗ วันเป็นสัณฐานดังไข่งู ไปอีก ๗ วัน ก็แตกออกเป็นปัญจสาขา ๕ แห่ง คือ ศีร์ษะ มือ และเท้า ไปอีก ๗ วัน

ก็เกิดเกษา โลมา นขา ทันตา ลำดับกันไปดังนี้ ในขณะเมื่อครรภ์ตั้งขึ้นได้ ๑ เดือน กับ ๑๒ วันนั้น โลหิตจึงบังเกิดเวียนเข้าเป็นตานกยูง ที่หัวใจเป็นเครื่องรับดวงจิตรวิญญาณ ถ้าหญิงเวียนซ้าย ถ้าชายเวียนขวา แต่มิได้ปรากฏออกมา ครั้นเมื่อครรภ์ถ้วนไตรมาสแล้ว โลหิตนั้นก็แตกออก

ไปตามปัญจสาขา เมื่อได้ ๔ เดือน จึ่งตั้งอาการครบ ๓๒ นั้น จึ่งบังเกิดตาแลหน้าผากก่อน สิ่งทั้งปวงจึ่งบังเกิดเป็นลำดับกันไป เมื่อครรภ์ได้ ๕ เดือน จึ่งมีจิตรแลเบ็ญจขันธ์...”

 

     สิ่งนี้คือสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดว่าทิศทางการหมุนเวียนของเลือดของชาย และหญิงต่างกัน ทำให้เวลาที่เชื้อเข้ามาในฝั่งที่เป็นทางไหลเวียนหลักของเลือดเราก็ทำให้อาการเป็นมากกว่า รักษายากขึ้น ส่งผลกระทบมากกว่า ตามคำโบราณที่ว่า หญิงซ้าย ชายขวา ใช้ได้กับทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องสุขภาพ เห็นไหมคะว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้คนโบราณเก็บหมดเพื่อให้เรารู้สาเหตุที่แท้จริง จะได้ไม่ต้องกังวลกับทุกเรื่อง แต่อาจจะต้องคอยสังเกต จะได้ป้องกันและรักษาให้ทัน ก็จะช่วยลดความรุนแรง และความน่ากลัวของโรคลงได้ค่ะ ในส่วนของการรักษาทีมแพทย์แผนไทยของปุณรดายินดีให้คำปรึกษา หากมีความกังวลใจเมื่อไหร่ โทรมาปรึกษาได้เลยนะคะ

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "สมุนไพรรักษา งูสวัด แบบฉบับปุณรดา ยาไทย" คลิ๊กที่นี่

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "อาหารที่ควรงดขณะเป็น งูสวัด" คลิ๊กที่นี่

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "10 ข้อห้ามที่ไม่ควรทำขณะเป็น งูสวัด" คลิ๊กที่นี่

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง "สมุนไพรรักษา งูสวัด" คลิ๊กที่นี่

 

 

แล้วต้องทำยังไงถ้าเกิดว่า งูสวัดที่เป็นเกิดขึ้นตามตำแหน่งที่บอกมาจริงๆ

ถ้าเกิดงูสวัดในตำแหน่งหญิงซ้าย ชายขวาจริง ก็ไม่ต้องท้อนะคะรักษาได้แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าปกติ สิ่งสำคัญคือเมื่อรู้แล้วควรรีบรักษา อย่าปล่อยไว้จนอาการบานปลาย หรือปล่อยให้ลามไปตำแหน่งอื่นๆ

 

 

โรคงูสวัด จัดอยู่ในกลุ่มไข้กาฬ 10 จำพวก

**ไข้กาฬ คือ เวลาที่เกิดจะทำให้มีพิษร้อนภายในร่างกาย เวลาที่มีความร้อนมากๆ ภายในร่างกาย สิ่งที่ตามมาคือจะมีเม็ดแดงๆ เท่ากับตุ่มยุงกัด ผุดขึ้นมาตามผิวหนัง ลักษณะเป็นแผ่น เป็นวง เป็นแถว**ซึ่งการรักษางูสวัดตามแบบฉบับของแพทย์แผนไทย คือการที่เราจะต้องกระทุ้งพิษไข้นั้นให้หมดไป

 

การกระทุ้งพิษไข้ คือการลดความร้อนภายในร่างกาย การนำไข้ออกจากร่างกาย ครอบคลุมถึงการขับหรือขจัดตัวการที่ทำให้เจ็บป่วยหรือไม่สบาย สอดคล้องกับการรักษาในปัจจุบันที่จะให้ยาลดไข้แก้ปวด(ยาพาราเซตามอล) แต่แผนไทยเราจะคิดให้ไกลกว่านั้น ว่าทำยังไงให้คนไข้ที่รักษาแข็งแรงขึ้นด้วยในระยะยาว เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีก จึงเป็นสาเหตุให้ยาสมุนไพรไทยต้องทำเป็นตำรับ ต้องกินหลายตัว เพราะนอกจากที่จะต้องกระทุ้งพิษไข้ให้หมดเราต้องมียาที่เอาไว้ประสะผิวภายนอก ใช้ภายนอกเพื่อสมานแผล ลดอาการบวม ปวด แสบ พออาการไข้(งูสวัด)ดีขึ้น ก็ต้องทำการ แปรไข้ คือการแปรจากไข้ที่ร้ายให้ลดลงจนกลับมาเป็นปกติ ง่ายๆคือ การฟื้นฟูระบบภายในปรับสมดุลให้ร่างกาย นอกจากแปรไข้ภายในแล้ว เราก็ต้องมียาที่ฟื้นฟูภายนอกด้วย เรียกว่า ยาแปรผิวภายนอก แต่ถ้ารักษามาระยะนึงแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์แผนไทยเราก็มีการปิดช่องโหว่จุดนี้ไว้ โดยเรามียารักษาไข้เฉพาะ ที่เรียกว่า ”ยาครอบไข้ตักศิลา”

 

เพราะฉะนั้นเราจึงมั่นใจได้เลยว่า ทำไมสมุนไพรไทยถึงรักษาได้ เพราะเราไม่ได้มียาสูตรเดียวที่รักษาทุกอาการ ทุกระยะ แต่เรามีตำรับสมุนไพรที่หลากหลาย หลายตำรับ ที่ออกแบบมาสำหรับอาการแต่ละระยะ และนี่คือเสน่ห์ของตำรับยาแผนโบราณที่สำคัญคือ ตำรับสมุนไพรไทย ปลอดภัย ไม่มี

สารตกค้างและไม่ทำให้ดื้อยาแน่นอน

 

"จุดเด่นของการรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรคือเชื้อไม่ดื้อยา ไม่มีผลข้างเคียง เพราะในยาสมุนไพรมีหลายสูตรโครงสร้างของโมเลกุลมากมายหลายร้อยโมเลกุล ทำให้โอกาสที่เชื้อจะดื้อยาเป็นไปได้ยาก และในแต่ละตำรับจะมีตัวยาหักฤทธิ์ด้วยนอกจากตัวยาหลักและยารอง จึงไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงเมื่อนำไปใช้ ขณะที่ยาแผนปัจจุบันอาจมีผลข้างเคียงในการรักษา และเชื้อมีโอกาสดื้อยาได้ง่าย เพราะในตัวยาปัจจุบันมีสูตรโครงสร้างเดียว ทำให้เชื้อปรับตัวและดื้อยาง่าย" (รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีผู้ก่อตั้งคณะกาแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต)กล่าวไว้

 

ซึ่งนี่ก็คือความตั้งใจของปุณรดายาไทย ที่จะรักษาไว้ซึ่งแก่นของการแพทย์แผนไทย ต่อยอดการรักษาให้ทันกับยุคสมัย เพราะถ้าจะให้คนไข้มาทานยาต้ม ทายาแบบทำสดก็คงไม่สะดวก ปุณรดายาไทยจึงได้ทำตำรับยาสมุนไพรโบราณที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมอาการงูสวัด ทานง่าย พกพาสะดวก แต่ได้ผลการรักษาที่ดี เห็นผลจริงขึ้นมา

 

 

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำแนวทางในการรักษางูสวัด สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)

LINE ID: @Poonrada
TEL: 086-955-6366, 091-546-9415

 

 

 

 

 


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทย

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.สุวภัทร สืบเสนาะ

แพทย์แผนไทย

"ดูแล ใส่ใจ คอยให้คำปรึกษา เพื่อให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดี"

พท.พันธ์ทิพย์ สกุลการะเวก

แพทย์แผนไทย

"การดูแลรักษาคนไข้ คือ การดูแลทั้งสุขภาพกายและใจควบคู่กัน"

พท.ฐิตาภรณ์ เวสานุชาติ

แพทย์แผนไทย

"การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย"


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง [email protected] พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-22.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า