โรคสะเก็ดเงินอาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร?

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

โรคสะเก็ดเงินอาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร?

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผื่นที่เราเป็น เป็นอาการเริ่มแรกของโรคสะเก็ดเงินหรือไม่? หมอเชื่อว่าหลาย ๆ คนเกิดข้อสงสัยนี้ทุกครั้งเมื่อเวลาที่ผิวหนังของเราเกิดผื่นสีแดง ผื่นขุย และในบางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วย วันนี้หมอเลยอยากพาท่านผู้อ่านมารู้จักอาการเริ่มแรกของโรคสะเก็ดเงินกันค่ะ 

 

นอกจากการสังเกตอาการโรคสะเก็ดเงิน หมอยังมีความรู้อื่น ๆ อีกมากมายที่นำมาฝาก รับรองว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอนค่ะ

โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร?


องค์กรอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ได้ให้ความหมาย

ของโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ไว้ว่า เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ แต่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เนื่องจากมักมีอาการที่รุนแรง อาการกำเริบโดยตรงจากพฤติกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งโรคสะเก็ดเงินสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงอายุ โดยส่วนใหญ่มักเกิดในกลุ่มคนอายุ 50-69 ปี แต่ด้วยสภาพสังคมและการใช้ชีวิตปัจจุบัน พบว่า อาการของสะเก็ดเงินเกิดได้บ่อย ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุเลยค่ะ

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน


สาเหตุของโรคสะเก็ดเงินยังคงไม่ทราบสาเหตุอย่างแน่ชัด ซึ่งอาจสามารถเกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย อาทิ โรคทางพันธุกรรม (Genetic presdisposition), โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตนเอง (Autoimmune disease), ภาวะการบาดเจ็บที่ศีรษะ, ผิวไหม้จากแสงแดด, ความเครียด, การติดเชื้อ และการใช้ยาบางชนิด เป็นต้น

 

5 อาการสังเกตโรคสะเก็ดเงินระยะเริ่มแรก


การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะผื่น บริเวณที่เกิด สาเหตุการเกิด และการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยอาการของโรคสะเก็ดเงินในระยะเริ่มแรก สามารถสังเกตได้จาก

1. ผื่นนูนแดงมีสะเก็ดสีขาวหรือสีเงินปกคลุม มีขอบชัดเจน

2. อาการแสบร้อนและคันที่ผิวหนัง

3. ผิวแห้งแตก และมีเลือดออก

4. เล็บหนาตัวขึ้น หรือผิดรูปทรง

5. อาการปวดและบวมตามข้อ

 

หากสำรวจอาการเบื้องต้นแล้วพบว่ามีอาการตรงหรือคล้ายโรคสะเก็ดเงินระยะเริ่มแรก แนะนำให้รีบพบแพทย์ทันที เพื่อวางแผนการรักษาตามอาการอย่างเหมาะสม


7 ประเภทโรคสะเก็ดเงินที่พบได้บ่อย


โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Psoriasis vulgaris/Plaque psoriasis)

อาการ: ผิวหนังแดง มีผื่นหนา มีขุยสีขาวหรือสีเงินปกคลุม และมีขอบเขตการเกิดผื่นที่ชัดเจน 

บริเวณที่เกิด: ศีรษะ, หลังใบหู, ข้อศอก, ข้อเข่า, ลำตัว, ใบหน้า, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า และเล็บ

 

 

โรคสะเก็ดเงินชนิดเกิดตามข้อพับ (Intertriginous psoriasis/Psoriasis in folds and genital areas) 

อาการ: ผิวหนังมีสีแดงเข้มหรือสีขาวลักษณะแบนราบ มีขอบเขตที่ชัดเจน และส่วนใหญ่ไม่มีขุยปกคลุม 

บริเวณที่เกิด: ข้อพับต่าง ๆ ในร่างกาย อาทิ รักแร้, ข้อศอก, ใต้ฐานหน้าอก, สะดือ, ขาหนีบ, อวัยวะเพศ และร่องก้น


 

โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate psoriasis/Droplet psoriasis) สะเก็ดเงินชนิดนี้มักเกิดในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

อาการ: มีตุ่มเล็ก ๆ สีแดง

บริเวณที่เกิด: ลำตัว, แขน และขา

 



โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (Pustular psoriasis) 

อาการ: มีผื่นแดงเป็นแผ่นต่อกัน และมีตุ่มหนอง 

บริเวณที่เกิด: อวัยวะเล็ก ๆ อาทิ ฝ่ามือ, ปลายนิ้วมือ, เล็บ และฝ่าเท้า

 


โรคสะเก็ดเงินชนิดแผ่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic psoriasis)

เป็นประเภทที่รุนแรงที่สุด เนื่องจากสามารถก่อให้เกิดภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia), ภาวะอัลบูมินต่ำ (Hypoalbuminmia) และภาวะหัวใจบีบเลือดออกจากหัวใจได้น้อยลง (Output cardiac failure)

อาการ: มีอาการแดง ร้อน และผิวหนังลอกเป็นสะเก็ด

บริเวณที่เกิด: ลำตัว

 



 

โรคสะเก็ดเงินที่เล็บ (Nail Psoriasis) 

อาการ: มีสะเก็ดสีขาวหรือสีเงินบริเวณหน้าเล็บหรือซอกเล็บ 

บริเวณที่เกิด: สามารถเกิดได้ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า

 



โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic arthritis)

อาการ: มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ข้อติด หรืออาจมีการผิดรูปของข้อ

บริเวณที่เกิด: ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า  

 

 

การรักษาโรคสะเก็ดเงินในการแพทย์แผนปัจจุบัน


ปัจจุบันการรักษาโรคสะเก็ดเงินเป็นการรักษาตามอาการและตามความรุนแรงของโรค คือ

1. ความรุนแรงน้อย: ผื่นน้อยกว่า 10% ของพื้นที่ผิวทั่วร่างกาย (ผื่นขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือหรือเท่ากับพื้นที่ประมาณ 1%) ให้การรักษาโดยใช้ยาทา

2. ความรุนแรงมาก: ผื่นมากกว่า 10% ของพื้นที่ผิวทั่วร่างกาย ให้การรักษาโดยใช้ยารับประทาน ฉายแสงอาทิตย์เทียม หรืออาจะใช้ร่วมกัน

 

โดยทางการแพทย์แผนปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคสะเก็ดเงินแบ่งออกเป็น 3 วิธี ดังนี้

การใช้ยาทาภายนอก

1.1 ยากลุ่มคอติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) 

เป็นยากลุ่มที่นิยมใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมากที่สุด แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดผิวหนังฝ่อและอาจกดการทำงานของต่อมหมวกไต

1.2 อนุพันธ์วิตามิน ดี  (Vitamin D analogues)

เป็นยากลุ่มที่ช่วยให้การแบ่งเซลล์ของผิวหนังกลับสู่ภาวะปกติ ยากลุ่มนี้ไม่ควรทาบริเวณที่ผิวหนังบาง โดยเฉพาะ ใบหน้า ข้อพับ และอวัยวะเพศ 

1.3 ยา Anthralin และ Dithranol

เป็นกลุ่มยาที่ช่วยให้การแบ่งเซลล์ของผิวหนังกลับสู่สภาวะปกติ แต่อาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทายามีสีคล้ำขึ้น

1.4 ยากลุ่มกรดวิตามิน เอ (Topical retinoids)

เป็นกลุ่มยาที่ช่วยให้การแบ่งเซลล์ของผิวหนังกลับสู่สภาวะปกติ 

 

การใช้ยารับประทาน/ยาฉีด

2.1 Methotrexate เป็นยาที่สามารถใช้สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงินเกือบทุกชนิด มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง DNA และลดการอักเสบ แต่มีผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง และอ่อนเพลีย ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติของไต

2.2 Cyclosporin เป็นยาที่ใช้สำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการระยะปานกลางถึงรุนแรง โดยมีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งภูมิคุ้มกันร่างกาย แต่ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ขนยาว เหงือกบวม และอ่อนเพลีย

2.3 Acitretin เป็นยาในกลุ่มวิตามิน เอ เหมาะสำหรับการใช้รักษาโรคสะเก็ดชนิดตุ่มหนอง แต่มีผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ขนยาว อ่อนเพลีย ผิวแห้ง ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น และอาจทำให้เกิดตับอักเสบ สำหรับหญิงวัยเจริญพันธ์ จำเป็นต้องมีวิธีการคุมกำเนิดควบคู่ เนื่องจากผลของการใช้ยา Acitretin ส่งผลให้ทารกในครรภ์พิการได้

2.4 Biologic agents เป็นยาสำหรับฉีดเข้าเส้นเลือดหรือชั้นใต้ไขมัน โดยปกติจะฉีดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในบางชนิดอาจฉีดห่างกันทุก 3 เดือน เนื่องจากยาชนิดนี้เป็นยากลุ่มใหม่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง

 

การฉายแสงอาทิตย์เทียม (Phototherapy) คือการรักษาโดยการใช้รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet/UV) มีทั้งหมด 2 ชนิด คือ UVA และ UVB แต่ต้องรักษาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน จึงจะเห็นผลดี ในผู้ป่วยบางรายอาจมีผลข้างเคียงหลังการรักษา คือ มีอาการแดงและคันบริเวณที่ฉายแสง

 

ทั้งนี้การรักษาด้วยยาทุกชนิดควรอยู่ในดุลยพินิจและการดูแลของแพทย์ จึงไม่ควรซื้อใช้เองเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

 

การดูแลตนเองเบื้องต้น


นอกจากการรักษาที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้อาการของโรคไม่กำเริบ และช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำของโรคสะเก็ดเงิน

 

1. ใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เพื่อลดอาการผิวแห้ง

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อลดอากการระคายเคือง

3. หลีกเลี่ยงการแกะและเกาบริเวณที่มีอาการ เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

4. งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

5. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง

6. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด

7. ควบคุมไม่ให้มีภาวะน้ำหนักเกิน

 

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา ท่านผู้อ่านพอจะทราบแล้วใช่ไหมคะ ว่า โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคที่สามารถติดต่อได้จากการแพร่ หรือการสัมผัส เพราะไม่ใช่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ แต่เมื่อสังเกตตนเองแล้วพบว่ามีอาการของโรคสะเก็ดระยะแรกเริ่มควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาการ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบขึ้น และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา อาทิ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคมะเร็งผิวหนัง โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงผลกระทบทางด้านจิตใจ ความวิตกกังวลที่อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า 

 

หมอเชื่อนะคะว่า เมื่อทุกท่านอ่านบทความนี้จบ จะสามารถนำวิธีการปฏิบัติตัวเบื้องต้นไปทดลองปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูสุขภาพและไม่ตื่นตระหนกเมื่อมีอาการโรคสะเก็ดเงินระยะเริ่มแรก อีกทั้งยังสามารถเข้าใจคนรอบข้างที่เป็นโรคสะเก็ดเงินได้อย่างดี

 

หากท่านผู้อ่านมีความตั้งใจในการรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี ไร้สารตกค้าง พร้อมฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน ระบบน้ำเหลืองให้กลับมาทำงานเป็นปกติและแข็งแรงขึ้นเราพร้อมให้คำปรึกษา จากประสบการณ์รักษาของทางปุณรดายาไทย การรักษาสะเก็ดเงินที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจะมีการใช้ชุดยาสมุนไพรทั้งหมด 2 ชุดด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย 

 

1.CLEAN&CLEAR เพื่อขับล้างสารพิษในระบบเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเหลืองเสียส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยล้างที่ตกค้างในตับและ ขับของเสียที่ตกค้างในลำไส้ เพื่อฟื้นฟูระบบเตรียมพร้อมการรักษาตัวยาในการรักษาจะได้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และ 

2.P-SET+ ชุดสมุนไพรรักษาโรคสะเก็ดเงิน ที่ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินจากต้นเหตุ ผ่านขั้นตอนการขับฟอกน้ำเหลืองที่เสีย ฟื้นฟูระบบน้ำเหลือง และระบบเลือด พอระบบน้ำเหลืองแข็งแรงทำงานเป็นปกติ ภูมิคุ้มกันในร่างกายก็จะดีตามมาซึ่งส่งผลต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอกโดยตรง โดยมีรายละเอียดชุดการรักษาดังนี้


 

CLEAN & CLEAR ชุดชำระน้ำเหลืองเสีย ขับสารพิษ สารเคมีตกค้าง เช่น สารสเตียรอยด์

 

1. สมุนไพรCLEAN ยาสมุนไพรล้างพิษขับสารเคมีตกค้างในระบบขับของเสีย เช่น สารตะกั่ว โลหะหนัก สารสเตียรอยด์ สารปรอท

2. สมุนไพรCLEAR ยาสมุนไพรที่ช่วยขับเถาดาน ของเสียที่สะสมในลำไส้ ขับของเสียที่อั้นค้างตามจุดต่างๆ(แก้กษัย) แก้ท้องผูก 

 

ชุดยาสมุนไพร CLEAN & CLEAR เป็นการรักษาโดยการขับของเสียที่คั่งค้างจากภายในร่างกาย ระบบน้ำเหลือง ตับ และลำไส้ ให้ออกมาในรูปแบบเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ ช่วยให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

 

P-SET+ ชุดสมุนไพรรักษาโรคสะเก็ดเงิน

 

1. สมุนไพร B-TREAT ยารักษาน้ำเหลืองและสะเก็ดเงิน ชนิดแคปซูล ทานครั้งละ 3 แคปซูล ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น 10-15 นาที โดยมีตัวยาหลัก ประกอบด้วย หัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้ เหงือกปลาหมอ ทองพันชั่ง เป็นสมุนไพรรสเมาเบื่อ ในทางการแพทย์แผนไทย มีสรรพคุณ ช่วยแก้พิษโลหิต และแก้น้ำเหลืองเสีย เป็นการรักษาขับของเสียภายในร่างกาย และฟื้นฟูระบบน้ำเหลืองให้กลับมาทำงานได้ปกติ จึงช่วยในการรักษา ฟื้นฟู เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคสะเก็ดเงิน

2. ยาทาภายนอก B-LIZ 2 สมุนไพรทาสะเก็ดเงิน ผื่นคันชนิดยาทาภายนอก ใช้ทาบริเวณแผลหลังอาบน้ำ เช้า-เย็น (ในกรณีแผลมีหนอง ไม่ควรทาบริเวณหัวหนอง เพราะจะปิดกั้นการระบายของหนองได้)ช่วยลดอาการคัน สมานแผลที่แห้งแตก ปรับสมดุลบริเวณผิวหนัง ลดอาการแดงจากความร้อนภายใน

3. ออยส์อาบน้ำDerpaderma สบู่เหลวชนิดน้ำนมใช้ทำความสะอาดผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่าย ช่วยลดการเกิดอาการระคายเคือง อาการคันจากผิวแห้ง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น 

4. Hycera ครีมบำรุงผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดอาการคัน ลดอาการผิวแห้ง และลดอาการระคายเคือง บำรุงผิวให้นุ่มน่าสัมผัส

 

สุดท้ายนี้ หากท่านผู้อ่านต้องการแบ่งปันประสบการณ์การรักษา สั่งซื้อชุดยาสมุนไพร หรือสอบถามเกี่ยวกับการรักษาโรคสะเก็ดเงินเพิ่มเติม หมอยินดีให้คำปรึกษาทุกท่าน สามารถปรึกษาอาการเข้ามาทาง Line ของปุณรดายาไทยได้เลยนะคะ ทางเรามีคุณหมอคอยดูแลให้คำแนะนำ ทุกวัน ตั้งตั้งแต่ 08:00 - 22:00 เลยค่ะ ติดต่อทาง Line id : @poonrada หรือ โทร 02-1147027 นะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ

 

ปุณรดายาไทยเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถปรึกษาปุณรดายาไทยได้นะคะ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

 

สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
LINE ID: @Poonrada
TEL: 02-1147027


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.วริศรา อิการาชิ

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การรักษาโรคที่สาเหตุ คือ การรักษาที่ยั่งยืน"

พท.ปฐมาพรรณ บุญประเสริฐ

แพทย์แผนไทย

" การเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ด้วยวิถีธรรมชาติ เป็นเกราะป้องกันโรค ทางกายและใจ "


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง LINE@ พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า