โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อไหม? ป้องกันอย่างไร

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อไหม? ป้องกันอย่างไร

โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยพบประมาณร้อยละ 1-2 ของคนทั่วไป มีลักษณะเป็นผื่นนูนแดงและมีสะเก็ดสีเงินอยู่ด้านบน มักพบบริเวณข้อศอก หัวเข่า หลัง และ หนังศีรษะ แต่อาจพบผื่นที่ผิวหนังส่วนอื่นอย่างเช่นที่เล็บได้เช่นกันค่ะ

 

หลายๆท่านคงมีข้อสงสัยใช่ไหมคะ ว่าโรคผิวหนังอย่างสะเก็ดเงิน เป็นโรคติดต่อหรือไม่ หากไม่อยากเป็น ต้องป้องกันอย่างไร และ หากเป็นแล้วจะดูแลสุขภาพอย่างไรได้บ้าง วันนี้หมอมีคำตอบมาฝากทุกๆท่านนะคะ

 

สะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อไหม ?


โรคสะเก็ดเงินไม่นับว่าเป็นโรคติดต่อ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา ดังนั้น ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย จึงไม่ต้องกังวลว่าจะสามารถติดต่อโรคนี้ได้ค่ะ

 

สาเหตุการเกิดโรคสะเก็ดเงิน


ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคสะเก็ดเงิน แต่มีหลักฐานสนับสนุนว่า เกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันร่วมกับความผิดปกติของสารพันธุกรรม ที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเจริญเร็วกว่าปกติ จากที่ใช้เวลา 28-30 วัน ในการเจริญเต็มที่และหลุดออกไป แต่ในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน วงจรนี้จะลดลงเหลือเพียง 2-3 วัน ทำให้ผิวหนังมีการหนาตัวขึ้น และมีสะเก็ดเป็นจำนวนมาก

 

นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่ การเสียดสี การกระทบกระแทก แกะเกาบาดแผล รวมไปถึงปัจจัยทางจิตใจและสังสม ความเครียด การดื่มสุรา โรคติดเชื้อ คออักเสบ สารเคมีบางชนิด ได้แก่ ยาลดความดันชนิดต้านเบต้า ยาทางจิตเวช ยาต้านมาลาเรีย เป็นต้น

 

5 วิธีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคสะเก็ดเงิน


โรคสะเก็ดเงิน แม้จะไม่ได้อันตราย ไม่ติดต่อ แต่ก็ไม่มีใครอยากเป็นใช่ไหมคะ วันนี้หมอขอแนะนำ 5 วิธีการดูแลสุขภาพด้วยตนเองเพื่อป้องกันสะเก็ดเงิน ดังนี้ค่ะ

 

1. บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว เพราะการที่ผิวแห้งกร้าน อาจเป็นสาเหตุที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดสะเก็ดเงินได้ง่ายขึ้น ในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงนั้นควรเลือกที่ปลอดจากสารเคมีทำร้ายผิวหนัง เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เจลว่านหางจระเข้ เป็นต้น

 

2. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับสภาพอากาศแห้งและเย็น หากต้องออกแดด ควรทาครีมกันแดดอยู่เสมอ หากเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด และสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเหมาะสม เพราะในช่วงฤดูที่มีอากาศหนาวเย็น ผู้คนส่วนใหญ่มักเป็นโรคสะเก็ดเงินกันมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศทำให้ผิวแห้งขึ้น ระคายเคืองผิวมากขึ้น

 

3. รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินดี เนื่องจากการวิจัยหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีอาการขาดวิตามินดี มักเสี่ยงจะเผชิญกับโรคสะเก็ดเงินได้ หรือป้องกันไม่ให้สะเก็ดเงินมีการลุกลาม ปกติแล้วนั้นทุกคนสามารถจะรับวิตามินดีได้จากแสงแดดธรรมชาติ วิตามินเสริม หรือแม้แต่กระทั้งอาหารต่าง ๆ เช่น นม ธัญพืช และ ปลาแซลมอน เป็นต้น

 

4. ดูแลหนังศีรษะอย่างดี เนื่องจากสะเก็ดเงินสามารถเกิดขึ้นกับหนังศีรษะของเราได้  ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ให้ความชุ่มชื่น สกัดจากธรรมชาติ เพื่อป้องกันการระคายเคืองที่หนังศีรษะ หรือ หนังศีรษะแห้ง

 

5. หลีกเลี่ยงการรับประทานยาบางชนิด เนื่องจากฤทธิ์ของยาบางอย่าง เช่น ยาควินิดีน (Quinidine) ยาโพรพราโนลอล (Propranolol) และยารักษาอาการคลุ้มคลั่งทางจิต (Lithium) เพราะอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยากับโรคสะเก็ดเงิน จนเข้าไปกระตุ้นให้อาการต่าง ๆ ให้แย่ลงได้

 

หากเป็นแล้วมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร


สำหรับท่านที่เป็นสะเก็ดเงินแล้ว สามารถดูแลสุขภาพเพื่อบรรเทาอาการ ป้องกันอาการลุกลาม และทำให้อาการหายไวขึ้นตามนี้ได้เลยค่ะ

 

1. พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันโรค อาการสะเก็ดเงินจะหายได้เร็วขึ้น

2. หลีกเลี่ยงความเครียด และการทำงานหนัก เพราะจะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ร่างกายไม่แข็งแรง อาการสะเก็ดเงินจะกำเริบง่าย

3. งดการแกะ/เกาแผล หรือบริเวณที่มีอาการคัน เพื่อป้องกันการลามของแผลและอาการคัน ให้ใช้การลูบเบาๆ หรือเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณที่เป็นเพื่อลดอาการคัน เช่น การใช้ครีมบำรุง น้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ 

4. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และบำรุงผิวที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมี สารสเตียรอยด์ และ แอลกอฮอล์ บริเวณที่เป็นแผลสด แผลหนอง ไม่แนะนำให้ใช้ครีมบำรุงผิวทุกชนิด ควรรักษาแผลให้แห้งก่อน จะช่วยให้การบำรุงเห็นผลชัดเจนกว่า

5. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม ชา กาแฟใส่นม แอลกอฮอล์ และ งดสูบบุหรี่ เพื่อลดการกระตุ้นอาการผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย

6. ดูแลความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพื่อสุขอนามัยที่ดี

7. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวที่อ่อนโยนปราศจากสารเคมีเพื่อบำรุงและช่วยสมานผิว ป้องกันการแพ้

8. หากมีอาการผิวแห้ง คัน แนะนำให้ทาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพื่อบำรุงและช่วยสมานผิว

9. งดอาหารแสลง เช่น ของหมักดอง อาหารรสจัดของหวาน ของทอด และอาหารแปรรูปทุกชนิด เพื่อลดการกระตุ้นอาการผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย

10. อาบน้ำอุ่น สลับ น้ำเย็น (หรือน้ำอุณหภูมิปกติ) ควรอาบในช่วงเช้า เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
**เทคนิค : อาบน้ำด้วยอุ่นประมาน 5 นาที และสลับมาอาบน้ำเย็นต่ออีก 5 นาที เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ส่งผลดีต่อความแข็งแรงของผิวค่ะ

 

สรุปได้ว่าโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ และ สามารถดูแล ป้องกัน ได้ด้วยตนเองตามวิธีการที่หมอแนะนำเลยค่ะ หากท่านใดมีปัญหา​เกี่ยวกับสะเก็ดเงิน ต้องการรักษาสะเก็ดเงินด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมี สามารถ​ปรึกษา​หมอโดย​ตรงเพื่อรับคำแนะนำและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล​เพิ่มเติมได้เล​ยนะคะ​

 

​ปรึกษาอาการกับหมอ ได้โดยตรงที่ Line ID : @poonrada ได้เลยนะคะ หมอยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

 

ปุณรดายาไทยเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถปรึกษาปุณรดายาไทยได้นะคะ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

 

สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
LINE ID: @Poonrada
TEL: 02-1147027

 


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.วริศรา อิการาชิ

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การรักษาโรคที่สาเหตุ คือ การรักษาที่ยั่งยืน"

พท.ปฐมาพรรณ บุญประเสริฐ

แพทย์แผนไทย

" การเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ด้วยวิถีธรรมชาติ เป็นเกราะป้องกันโรค ทางกายและใจ "


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง LINE@ พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า