เอดส์ ฝีดาษลิง ทำไมรักร่วมเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศ ถึงเสี่ยงติดเชื้อได้มากกว่า?

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

เอดส์ ฝีดาษลิง ทำไมรักร่วมเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศ ถึงเสี่ยงติดเชื้อได้มากกว่า?

หลายคนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับโรคระบาดคงได้ติดตามข่าวฝีดาษลิงที่กำลังระบาดในหลายประเทศ และหลายสื่อมีการให้ข้อมูลต่างๆ เช่น สาเหตุการเกิดโรค กลุ่มเสี่ยง และวิธีการป้องกัน

 

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่ถูกพูดถึงคือ กลุ่มรักร่วมเพศ จุดนี้เองที่ทำให้เกิดข้อสงสัย ว่าทำไมถึงเสี่ยงมากกว่าคนปกติ อะไรคือปัจจัย เพราะถ้าเรารู้สาเหตุหรือปัจจัยกระตุ้น หมอเชื่อว่าก็จะสามารถป้องกัน รับมือ หรือถ้าติดเชื้อก็จะสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้ค่ะ

 

ไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ ฝีดาษลิง "ล้วนเป็นอาการที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ก่อน"คือ เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายได้จากช่องทางไหนบ้าง 

 

3 ช่องทางหลักที่เชื้อไวรัสHIV และฝีดาษลิงจะเข้าสู่ร่างกายได้

1.การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ

2.การรับเชื้อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นในช่องคลอด เสมหะ น้ำเหลือง รวมถึงน้ำนมแม่

3. การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก 

 

ประเด็นสำคัญ! เชื้อไวรัส HIVไม่สามารถติดต่อได้จากการ สัมผัสทางผิวหนัง ผ่านลมหายใจ หรือ ผ่านอากาศเหมือนเชื้อไวรัสไข้หวัดทั่วไป จึงไม่ควรเลือกปฏิบัติกับผู้ป่วยด้วยความรังเกียจ จนทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าเข้ารับการรักษาอย่างทันถ้วงที จนอาจนำไปสู่ระยะเอดส์ได้ในที่สุด


 

ฝีดาษลิง จากสถิติล่าสุดพบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อในสหรัฐอเมริกาส่วนมากเป็นเพศชาย ในกลุ่มรักร่วมเพศ จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการแพร่ระบาดผ่านน้ำอสุจิได้ด้วย และในกลุ่มรักร่วมเพศมีความเสี่ยงมากกว่าเพราะทวารหนักไม่ใช่ช่องทางธรรมชาติเหมือนช่องคลอดที่มีความยืดหยุ่น เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้วอาจทำให้ทวารหนักฉีกขาด มีบาดแผลจึงทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้

 

ในกลุ่มรักร่วมเพศจึงมีประตูการรับเชื้อเพิ่มขึ้นจากคู่รักปกติอีก 1 บาน นั่นก็คือ”แผลปริขอบทวาร” เราจึงจำเป็นต้องสมานแผลให้ปิดสนิทโดยเร็ว เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ควบคู่กับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ดูแลระบบน้ำเหลืองให้ทำงานเป็นปกติ เวลาที่มีเชื้อโรค เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจะได้พร้อมต่อสู้และขับเชื้อออก แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอ ภูมิตก เวลาที่รับเชื้อมาแล้ว เชื้อก็พร้อมจู่โจม ทำลายระบบภายใน จนกลายเป็นอาการของโรคเอดส์ ฝีดาษลิงตามมา


 

พอรู้สาเหตุแล้วหมอเลยไปรวบรวมวิธีการรักษาแผลปริขอบทวารที่ทำเองได้ที่บ้านมาฝากท่านผู้อ่านกันค่ะ โดยแผลปริขอบทวารสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย จึงไม่ควรละเลยหากมีบาดแผลเกิดขึ้น ควรรีบรักษาให้หายโดยเร็ว เพราะแผลปริขอบทวารนี้เป็นประตูรับเชื้อทั้งไวรัสและแบคทีเรีย บางคนเชื้อแบคทีเรียเข้าทางแผลปริขอบทวาร ก็นำไปสู่การเป็นฝีคัณฑสูตรได้ค่ะ(แนบลิงค์ฝีคัณฑสูตร)จึงไม่ควรละเลย

 

วิธีการรักษาแผลปริขอบทวารแบบง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน


1.ดูแลการขับถ่ายไม่ควรถ่ายแข็งในขณะที่มีบาดแผล หรือ แผลปริขอบทวารเพราะอุจจาระที่แข็งจะทำให้ปวด เจ็บ แสบมากขึ้นจนไม่อยากขับถ่าย พอไม่ขับถ่ายอุจจาระก็ยิ่งแข็งขึ้นอีก อาหารที่ควรทานในช่วงนี้คือ อาหารที่ปรุงสุก งดการทานของดิบทุกชนิด แนะนำอาหารประเภท ต้ม นึ่ง ลวก จะดีที่สุด รองลงมาคือการผัด ไม่ควรทานของ ทอด ของมันทุกชนิดเพราะจะเพิ่มการอักเสบให้มากขึ้น 

 

2.เน้นทานผักใบเขียว เพราะมีธาตุเหล็กและสังกะสี ช่วยในการสมานแผล ผลไม้ฤทธิ์เย็น ต้านการอักเสบ ช่วยให้ขับถ่ายนิ่ม เช่น แอปเปิ้ล แก้วมังกร มะละกอ สาลี่ โปรตีนจากถั่วต้มชนิดต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วขาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ แนะนำเนื้อปลา(เนื้อขาว) เพราะย่อยง่ายและกระตุ้นการอักเสบน้อยกว่าสัตว์เนื้อแดง  

 

3.หลังการถ่ายอุจจาระให้นั่งแช่ในน้ำอุ่นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณทวารหนักและช่วยให้หูรูดคลายตัวประมาณวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 10-20 นาที

 

4.หากมีเลือดออกบริเวณแผล สามารถเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือทำความสะอาดแผล หากไม่มีสามารถใช้น้ำต้มสุก หรือ น้ำดื่มแทนได้ แล้วทายาเพื่อสมานแผล โดยยาทาก็จะมีทั้งแบบที่ผสมยาชา เพื่อลดอาการปวด หรือ สามารถใช้เบตาดีน(ชื่อทางการค้า) เพราะมีตัวยาสำคัญคือ povidone iodine 10% ทาบริเวณรอบๆปากแผล ช่วยสมานแผลแต่ไม่ทำให้แสบ และยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรีย 

 

แต่ถ้าใครมีอาการแผลปริขอบทวารบ่อยๆ หรือ มีอาการปวด บวม แดง จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หมอขอแนะนำให้ใช้ชุดยารักษาแผลขอบทวาร ที่ประกอบไปด้วยยาทาชนิดน้ำ และผงสมุนไพรแช่ก้น ซึ่งมีตัวยาทาที่ช่วยในการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้แข็งแรง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย สิ่งสกปรกไม่ให้เข้าสู่บาดแผล ช่วยให้แผลสมานและหายเร็ว  ตัวยาแช่จะช่วยกระจายลิ่มเลือดที่คั่ง ลดอาการบวม ปวดช่วยฆ่าเชื้อสิ่งสกปรกบริเวณปากแผล ทำให้รู้สึกดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ซึ่งจากประสบการณ์ที่รักษาแผลปริขอบทวารมาต้องขอบอกเลยว่าไม่น่ากลัว และรักษาไม่ยากอย่างที่หลายคนกังวล เพียงแค่เราต้องเลือกวิธีการรักษา ตัวยา ให้เหมาะสมกับลักษณะแผลที่เป็น และต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้คำปรึกษา ไม่แนะนำให้ซื้อยาใช้เองหากอาการเรื้อรังนะคะ

 

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไร เราทุกคนคู่ควรกับการมีความรักที่ดี และความรักที่ดีก็มาพร้อมกับสุขภาพที่ดีได้ หมอเชื่อในพลังของความรัก ความสุข ถ้าใจเป็นสุขก็นำมาซึ่งร่างกายที่แข็งแรง แต่เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยหมออยากบอกว่าคุณยังมีทีมแพทย์แผนไทยของปุณรดายาไทยอยู่เคียงข้าง ดูแลให้คำปรึกษา อย่างใกล้ชิด เมื่อไหร่ที่คุณมีปัญหาเกี่ยวกับแผลปริขอบทวาร ติดต่อได้ที่ line ID : @poonrada หรือ 02-114-7027 ได้เลยนะคะ 

 

ปุณรดายาไทยเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถปรึกษาปุณรดายาไทยได้นะคะ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

 

สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
LINE ID: @Poonrada
TEL: 02-1147027

 


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.วริศรา อิการาชิ

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การรักษาโรคที่สาเหตุ คือ การรักษาที่ยั่งยืน"

พท.ป.ชญากานต์ ยุทธภัย

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม คือ หัวใจของการแพทย์แผนไทย"

พท.ป.ฐิติวรดา เตรณานนท์

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"ไม่มีอาหารหรือรสชาติใด ทำให้รู้สึกดีไปกว่าการที่มีสุขภาพดี"

พท.ป.ณัฐชวัล หอมขจร

แพทย์แผนไทยประยุกต์

"สร้างสุขภาวะที่ดีด้วยการดูแลสมดุลชีวิตแบบองค์รวม"


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง [email protected] พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า