5 อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร

วิธีดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนไทย

5 อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร

5 อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร


หลังจากได้รับการรักษาอาการริดสีดวงทวารด้วยการผ่าตัดมาแล้ว การดูแลสุขภาพภายในต่อเนื่อง และรักษาแผลหลังผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการดูแลที่ถูกต้องจะทำให้ไม่เกิดการติดเชื้อซ้ำ ไม่มีอาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเพิ่มเติม และทำให้แผลหายได้เร็วมากขึ้น นอกจากการรักษาความสะอาดบริเวณแผลแล้ว การดูแลแผลด้วยการเลือกทานอาหาร ก็เป็นอีกปัจจัยที่เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงและสารอาหารสำคัญที่ทำให้ร่างกายฟื้นฟูบาดแผลได้ดีมากขึ้น หากร่างกายได้รับสารอาหารที่ดี แผลก็หายสนิทได้เร็ว แต่ถ้าร่างกายได้รับอาหารที่ไปกระตุ้นการอักเสบมากขึ้น หรือที่เรียกว่า อาหารแสลง แผลก็จะอักเสบขึ้นมา หายช้าลง หรือมีอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ดังนั้นอาหารที่จะรับเข้าสู่ร่างกายหลังผ่าตัดจึงเป็นสิ่งที่ควรเลือกให้ดีที่สุด

วันนี้ปุณรดายาไทยจะมาสรุปสิ่งที่ต้องรู้ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดรวมถึง ข้อควรรู้ว่าหลังผ่าตัดริดสีดวง ห้ามกินอาหารอะไร เพราะสาเหตุใด เพื่อให้ระมัดระวังกันได้อย่างถูกต้องนะคะ แต่ก่อนอื่นเราจะมาชวนมองไปถึงภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่ต้องระวัง หากดูแลสุขภาพผิดวิธีกันก่อนเลยค่ะ

 

สิ่งที่ต้องรู้ก่อน-หลังผ่าตัด


การผ่าตัดริดสีดวงทวาร คือ วิธีรักษาโรคริดสีดวงทวารชนิดภายนอกที่มีลิ่มเลือดจับตัวเป็นก้อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีริดสีดวงขนาดใหญ่ยื่นออกมาภายนอกตลอดเวลา ร่วมกับมีเลือดออกหรือเจ็บแผลรุนแรง การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยารักษาโรคที่กำลังใช้ เนื่องจากอาจต้องหยุดใช้ยาบางชนิดก่อนรับการผ่าตัด และงดรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเป็นเวลา 6-12 ชั่วโมง โดยปกติแล้วหลังจากการผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นดูอาการที่โรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 2-4 วัน และแผลผ่าตัดริดสีดวงจะหายเป็นปกติภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน

ทางแผนไทยมองว่าหลังจากการผ่าตัด ร่างกายเกิดการสูญเสียธาตุไฟ (ความร้อนความอบอุ่นในร่างกาย) ธาตุน้ำ (เลือดและน้ำเหลืองต่าง ๆ ) ธาตุลม (การพัดไหลเวียนปกติไปทั่วทั้งร่างกาย) และธาตุดิน (เนื้อเยื่อในบริเวณที่ผ่าตัด) ไปจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการเสียสมดุลของธาตุทั้ง 4 ไป ดังนั้นร่างกายควรได้รับการดูแลธาตุต่าง ๆ ให้มากขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สมดุลได้อย่างรวดเร็ว จากการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เสริมสร้างธาตุทั้ง 4 อย่างสมดุล จึงจะทำให้แผลหายได้เร็ว อาการริดสีดวงหายสนิท ไม่กลับมาเป็นซ้ำได้อีก

 

ภาวะแทรกซ้อนผิดปกติที่ต้องระวังหลังการผ่าตัด


หากเราดูแลแผลไม่ดี ทำความสะอาดแผลได้ไม่สะอาด หรือทานอาหารที่แสลงกับอาการ จะส่งผลให้ธาตุในร่างกายที่ผิดปกติไปอยู่แล้ว เกิดการเสียสมดุลมากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่

1.มีไข้สูง

2.เจ็บ ปวดแผลผ่าตัดมากตลอดเวลา

3.แผลผ่าตัดบวม อักเสบมากขึ้นเรื่อย ๆ

4.มีหนอง หรือน้ำเหลืองไหลออกมาในปริมาณมาก

หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะเป็นสัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำบริเวณแผลผ่าตัด

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร1

 

วิธีการดูแลตนเองหลังผ่าตัด


1. หลีกเลี่ยงการเดิน หรือนั่งนาน ๆ ติดต่อกัน เนื่องจากการเดินมากเกินไปจะทำให้เกิดการเสียดสีบริเวณแผลผ่าตัด ทำให้เกิดการอักเสบหรือแผลฉีกออกได้ ส่วนการนั่งนาน ๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดการสะสมและคั่งของเลือดบริเวณแผลผ่าตัด ทำให้แผลหายช้าลง

2. ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิปกติ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือ 1-2 ลิตร เพื่อให้ความร้อนในร่างกายและการอักเสบบริเวณแผลลดลง ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี และทำให้สารอาหารที่ดีไปหล่อเลี้ยงบริเวณแผลให้หายได้เร็วมากขึ้น

3. รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใยสูง และเนื้อสัตว์ย่อยง่าย เพื่อให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้เร็ว

4. งดกิจกรรมที่ต้องออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อภายในช่องท้อง และกล้ามเนื้อส่วนล่างของร่างกาย เช่น ยกหรือลากของหนัก

5. ออกกำลังกายเบา ๆ สม่ำเสมอ หลังแผลผ่าตัดหายสนิทดีแล้ว วิธีการสังเกตง่าย ๆ ว่าแผลหายสนิทดีแล้ว คือแผลมีลักษณะเรียบสนิท เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมาใหม่เปลี่ยนสีจากสีชมพูแดงเป็นสีขาว และไม่มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลซึมออกมา

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร2

 

5 อาหารแสลง ห้ามทานหลังผ่าตัดริดสีดวงทวาร


1.อาหารหมักดอง

อาหารหมักดอง เป็นอาหารที่มีการสะสมความร้อนในอาหารมากเป็นเวลานาน เมื่อร่างกายที่เสียสมดุลของธาตุต่าง ๆ อยู่แล้วได้รับอาหารเหล่านี้เข้าไป จึงเป็นการเพิ่มให้ร่างกายมีความร้อนสูงขึ้น ธาตุไฟถูกกระตุ้นมากขึ้น จะส่งผลให้แผลผ่าตัดอักเสบ บวม แดง มีไข้ หรือแผลมีเลือด หนอง น้ำเหลืองไหลซึมออกมามากขึ้นได้ ในทางโภชนาการ พบว่าในอาหารหมักดองมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง อาจพบสารกรดซาลิซิลิค ซึ่งเป็นสารกันรา และอาจพบยีสต์และเชื้อรา ซึ่งเกิดจากการอาหารที่มีความชื้นสูง รวมถึงอาจมีกรรมวิธีการผลิตที่ไม่สะอาดก็อาจจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายเติบโตขึ้นในอาหารได้ ซึ่งเชื้อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้แผลอักเสบ บวม มีหนองไหลเยิ้มได้โดยตรง

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร3

 

2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทางการแพทย์แผนไทยมองว่าเมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ร่างกายได้รับของเสีย สิ่งแปลกปลอมเข้าไปจำนวนมาก และต้องพยายามขับของเสียออกมากขึ้น ร่างกายทำงานหนัก ธาตุไฟถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น ร่างกายจึงมีความร้อนสูง และมีการอักเสบบริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้นได้ด้วย และในทางแพทย์แผนปัจจุบันพบว่า แอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นให้มีการขับธาตุสังกะสีออกจากร่างกายมากกว่าปกติ ส่งผลให้แผลหายช้าลง และไปลดการดูดซึมของสารอาหารต่างๆ ทั้งกรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ จำเป็นต่อการซ่อมแซมของบาดแผล ทำให้แผลไม่ได้รับการซ่อมแซม แล้วยังทำให้อาการเป็นหนักมากขึ้นอีกด้วย

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร4

 

3.อาหารทะเล

ทางแพทย์แผนไทยมองว่าหลังจากการผ่าตัดที่ธาตุทั้ง 4 ผิดปกติไป หากเราทานอาหารทะเลที่มีความคาว มีเมือกมันสะสมอยู่มาก จะส่งผลให้ภายในร่างกายมีความร้อนเพิ่มมากขึ้น ต้องใช้ไฟในการย่อยอาหารมากขึ้น หากร่างกายกำจัดเมือกมันเหล่านี้ได้ไม่หมด ของเสียก็จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกายได้ไม่ดี เลือดก็จะนำพาของเสียเหล่านี้ไปยังส่วนที่เป็นบาดแผล ทำให้แผลอักเสบมากขึ้นเรื่อย ๆ มีเลือด หนองไหลออกมา และใช้เวลารักษามากขึ้นได้ และจากงานวิจัยพบว่า ภายในเนื้อสัตว์ทะเลจะมีสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ง่าย ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับสัตว์เนื้อแดง และอาหารทะเลยังมีโอกาสพบสารปนเปื้อนได้มาก เช่น สารฟอร์มาลีน สารปรอท เป็นต้น รวมถึงมีปริมาณไขมันและคลอเรสเตอรอลสูง ดังนั้นการทานอาหารทะเลจึงส่งผลให้มีอาการคัน ระคายเคือง แสบบริเวณแผลมากขึ้นได้

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร5

 

4.อาหารรสจัด

หลังได้รับการผ่าตัด ธาตุต่าง ๆ ในร่างกายมีการเสียสมดุลไป เมื่อทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด และหวานจัด รวมถึงขนมหวานและผลไม้รสหวานจัด ซึ่งเป็นอาหารที่กระตุ้นธาตุไฟ ธาตุน้ำ และธาตุลมในร่างกาย จะยิ่งทำให้ธาตุในร่างกายแปรปรวน เสียสมดุลมากขึ้น และจะส่งผลถึงระบบการขับถ่ายโดยตรง อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย แสบทวารหนัก ถ่ายปนเลือดสด และไปกระตุ้นให้แผลผ่าตัดบวม แดง อักเสบขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว แผลมีเลือดหรือหนองไหลซึม ใช้เวลารักษานานขึ้นได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ในพริกมีสารแคปไซซิน (Capsaicin) และในมะนาวมีสารที่ให้ความเปรี้ยว จะมีความเป็นกรดสูง หากได้รับในปริมาณมากก็จะไปทำลายเยื่อบุทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย เกิดอาการระคายเคือง แสบท้อง ทวารหนัก และแสบ ระคายเคืองบริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้น ส่วนรสเค็มและหวานจัด หากร่างกายได้รับโซเดียมและน้ำตาลในปริมาณมาก จะมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด จะทำให้เลือดข้น ส่งผลให้มีการดึงน้ำจากในเซลล์ออกมาในกระแสเลือด และทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมา หัวใจและไตทำงานหนักมากขึ้น รวมถึงปริมาณโซเดียมและน้ำตาลสูงจะไปขัดขวางการไหลเวียนของสารอาหารที่ดีไปยังบริเวณแผลริดสีดวง ทำให้แผลอักเสบ บวม แดงขึ้นมา และใช้เวลาในการรักษามากขึ้นได้

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร6

 

5.ของทอดของมัน อาหารไขมันสูง

อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม เนย มาร์การีน เบคอน ของทอดของมัน อาหารเหล่านี้ทางแผนไทยมองว่าเป็นอาหารที่กระตุ้นความร้อนในร่างกาย เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะต้องพยายามกำจัดไขมันส่วนเกินออก หากกำจัดออกได้ไม่หมดจะเกิดการสะสมเป็นของเสียตกค้าง เกิดเป็นเมือกมันในลำไส้ และถูกดูกซึมเข้ากระแสเลือด ไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่ดี รวมถึงการนำพาสารอาหารที่ดีไปยังบริเวณแผลผ่าตัด เพื่อซ่อมแซมบาดแผล จึงทำให้แผลหายช้าลง มีหนองหรือเลือดไหลออกมามากขึ้นจากการอักเสบที่ธาตุไฟในร่างกายถูกกระตุ้น และใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้นได้ ในด้านโภชนาการ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง จะมีคอเลสเตอรอล และไขมันชนิดไม่ดี (LDL-cholesterol) สูงด้วย และในของทอดมีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) เป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นในอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงสุกด้วยความร้อนสูง เช่น อาหารทอด และอาหารประเภทอบกรอบ จะสามารถก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง และทำลายสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ เมื่อร่างกายกำลังอ่อนแอลงจากการผ่าตัด จะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบบริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้นได้

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร7

 

หลังจากที่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดริดสีดวงทวารมาแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรทำต่อเนื่องคือ การดูแลแผลจนหายสนิท ร่วมกันการสุขภาพจากภายในให้สามารถฟื้นฟูตัวเองได้เร็ว โดยการเลือกทานอาหารที่ดี มีสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินสูง เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ธัญพืช ผักผลไม้ นมถั่วเหลือง เพราะอาหารเหล่านี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการซ่อมแซมบาดแผลโดยตรง และเลี่ยงการทานอาหารที่แสลงหลังการผ่าตัด เพื่อเป็นการบำรุงธาตุทั้ง 4 ในร่างกายกลับเข้าสู่สภาพสมดุล และทำให้อาการกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว เพียงปฏิบัติตามนี้ก็จะไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด และอาการริดสีดวงทวารก็จะหายสนิทได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนะคะ

 

อาหารแสลงกับแผลผ่าตัดริดสีดวงทวาร8 

 

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่าน " ริดสีดวงทวาร หายเองได้ไหม "

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่าน " คู่มือการรักษาริดสีดวงทวาร "

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่าน "7อาหารควรงด ถ้าไม่อยากให้ริดสีดวงทวารอักเสบ"

 

สามารถปรึกษากับพวกเรา Poonrada Yathai ได้เสมอนะคะ (ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
LINE ID: @Poonrada
TEL: 086-955-6366, 091-546-9415


ทีมแพทย์แผนไทยปุณรดา

สุรดา เลิศเกศราธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

"สมุนไพร คือ ของขวัญจากธรรมชาติ เราจึงตั้งใจมอบสมุนไพรที่ดีที่สุด ให้ถึงมือคุณ"

พท.ป.จิราณี กิจศิริพิพัฒน์

แพทย์แผนไทย

"พื้นฐานของสุขภาพดีคือการใส่ใจดูแลธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ให้สมดุลกันเสมอ"

พท.ป.สุวภัทร สืบเสนาะ

แพทย์แผนไทย

"ดูแล ใส่ใจ คอยให้คำปรึกษา เพื่อให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดี"

พท.พันธ์ทิพย์ สกุลการะเวก

แพทย์แผนไทย

"การดูแลรักษาคนไข้ คือ การดูแลทั้งสุขภาพกายและใจควบคู่กัน"

พท.ฐิตาภรณ์ เวสานุชาติ

แพทย์แผนไทย

"การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย"


ปุณรดา ยาไทย
แพทย์แผนไทยที่อยู่ใกล้คุณที่สุด

ท่านจะได้รับทราบโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครทาง [email protected] พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบส่วนตัวฟรี ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-22.00 น.

ข้อความถึงร้าน


× คุณได้เพิ่มสนค้าลงตะกร้า ดูสินค้าในตะกร้า